ราคาและอัตราผลตอบแทนหุ้นกู้สัมพันธ์กันอย่างไร? Convexity

Bond Convexity เป็นการวัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของ duration ของหุ้นกู้เมื่อผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงไป โดยทั่วไปเส้นความสัมพันธ์ระหว่างราคาและผลตอบแทนของหุ้นกู้จะมีลักษณะโค้งเว้าเข้าหาจุดกำเนิด ซึ่งหมายความว่าเมื่อผลตอบแทนลดลง ราคาหุ้นกู้จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าอัตราการลดลงของราคาเมื่อผลตอบแทนเพิ่มขึ้นในปริมาณที่เท่ากัน Source: https://www.investopedia.com/articles/bonds/08/duration-convexity.asp การคำนวณความโค้งโดยประมาณสามารถทำได้โดยใช้สูตร: Convexity = (V+ + V- - 2V0) / ((ΔYTM)^2 * V0) โดยที่ V+, V-, V0 คือมูลค่าหุ้นกู้ที่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ลดลง และไม่เปลี่ยนแปลงตามลำดับ...

อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้มีกี่แบบ? คำนวณได้อย่างไรบ้าง?

อัตราผลตอบแทนจนครบกำหนดไถ่ถอน (Yield to Maturity - YTM)  YTM คืออัตราคิดลดที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตของหุ้นกู้เท่ากับราคาตลาดของหุ้นกู้ ณ ปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น หุ้นกู้อายุ 5 ปี จ่ายดอกเบี้ย 7% ต่อปี มีราคาตลาด 1,020.78 บาท YTM จะเป็นอัตราที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดทั้งหมดเท่ากับ 1,020.78 บาท อัตราผลตอบแทนต่อปีสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยหลายครั้งต่อปี  โดยทั่วไปหุ้นกู้มักจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าปีละครั้ง เช่น...

ประเมินมูลค่าหุ้นกู้ด้วย Spot rates และดอกเบี้ยค้างจ่ายทำอย่างไร?

อัตราดอกเบี้ยในตลาด (Spot Rates) Spot rates คืออัตราคิดลดสำหรับกระแสเงินสดเพียงงวดเดียวในอนาคต ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจนครบกำหนดไถ่ถอน (Yield-to-maturity) คำนวณโดยใช้อัตราคิดลดเดียวกันสำหรับทุกกระแสเงินสดของหุ้นกู้ แต่ในความเป็นจริง อัตราคิดลดจะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาที่จะได้รับชำระเงิน Spot rates มีความสำคัญเนื่องจากเป็นอัตราคิดลดสำหรับหุ้นกู้ที่ไม่มีดอกเบี้ย (Zero-coupon bonds) การคำนวณราคาหุ้นกู้โดยใช้อัตราดอกเบี้ยในตลาดทำได้โดยคิดลดกระแสเงินสดแต่ละงวดด้วยอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่เหมาะสม แล้วนำมารวมกัน สมการทั่วไปในการคำนวณมูลค่าหุ้นกู้โดยใช้อัตราดอกเบี้ยในตลาดคือ: PV = CPN1 / (1+S1) + CPN2 /...

การประเมินมูลค่าหุ้นทำอย่างไร?

การคำนวณมูลค่าหุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยรายปี มูลค่าของหุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยรายปีสามารถคำนวณได้โดยการรวมมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดทั้งหมดที่หุ้นกู้สัญญาว่าจะจ่าย อัตราคิดลดที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดเหล่านี้เรียกว่า "อัตราผลตอบแทนจนครบกำหนด" (Yield to Maturity) ถ้าเรารู้อัตราผลตอบแทนจนครบกำหนดของหุ้นกู้ เราก็สามารถคำนวณมูลค่าของหุ้นกู้นั้นๆได้ และในทางกลับกัน ถ้าเรารู้มูลค่าตลาดของหุ้นกู้ เราก็สามารถคำนวณอัตราผลตอบแทนจนครบกำหนดได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น พิจารณาหุ้นกู้ที่ออกใหม่อายุ 10 ปี มูลค่าที่ตราไว้ 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยปีละครั้ง ดังนั้นการจ่ายดอกเบี้ยจะเป็น 100 บาทต่อปี...

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหุ้นกู้ถูกรวมร่างกับอนุพันธ์?

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Financial Instruments) เป็นหลักทรัพย์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปรับเปลี่ยนระดับความเสี่ยงของหุ้นกู้ โดยมักจะผสมผสานระหว่างหุ้นกู้หนี้กับหุ้นกู้อนุพันธ์ ในบางครั้งหุ้นกู้เหล่านี้ยังช่วยในการกระจายความเสี่ยงอีกด้วย ตัวอย่างของหุ้นกู้ประเภทนี้ ได้แก่ หลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Securities) และหุ้นกู้ที่อิงสินทรัพย์ค้ำประกัน (Collateralized Debt Obligations) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงประเภทอื่นๆที่นักลงทุนควรรู้จัก ได้แก่: หุ้นกู้เพิ่มผลตอบแทน (Yield Enhancement Instruments) ตัวอย่างหนึ่งคือ หุ้นกู้อิงเครดิต (Credit-Linked Note หรือ...

ตราสารหนี้มีกี่ลักษณะ จำแนกได้อย่างไรบ้าง

ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก สามารถจำแนกได้ตามลักษณะหลักๆ 7 ลักษณะ ดังนี้ ประเภทของผู้ออก คุณภาพเครดิต อายุตราสาร โครงสร้างดอกเบี้ย ภูมิภาค การอิงดัชนี สิทธิประโยชน์ทางภาษี ประเภทของผู้ออก ผู้ออกตราสารหนี้สามารถแบ่งได้เป็นครัวเรือน บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน รัฐบาล และสถาบันการเงิน ในตลาดประเทศพัฒนาแล้ว ผู้ออกรายใหญ่ที่สุดคือสถาบันการเงินและรัฐบาล ส่วนในตลาดเกิดใหม่ บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเป็นผู้ออกรายใหญ่ที่สุด คุณภาพเครดิต สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ได้แก่ Standard & Poor's (S&P),...

โปรแกรมดูกราฟหุ้นไทยฟรี

STAY CONNECTED

45,046FansLike
100,470SubscribersSubscribe

Most Popular

Articles & More