รูปแบบการแข่งขันของธุรกิจมีกี่ประเภท? ต่างกันอย่างไร?

ในระบบเศรษฐกิจ เราสามารถจำแนกโครงสร้างตลาดออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด ตลาดผู้ขายน้อยราย และตลาดผูกขาด โดยแต่ละรูปแบบมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้จากปัจจัย 5 อย่าง คือ จำนวนผู้ขายและขนาดของธุรกิจ ระดับความแตกต่างของสินค้า อำนาจในการกำหนดราคา อุปสรรคในการเข้าหรือออกจากตลาด และระดับการแข่งขันด้านอื่นๆนอกเหนือจากราคา Perfect Competition ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ (Perfect Competition) เป็นตลาดที่มีผู้ขายจำนวนมากผลิตสินค้าที่เหมือนกันทุกประการ โดยไม่มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด...

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีลักษณะอย่างไร?

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดและกลไกการกำหนดราคามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของธุรกิจและการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ บทความนี้จะนำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ซึ่งเป็นรูปแบบตลาดที่มีลักษณะเฉพาะ ลักษณะของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีลักษณะสำคัญคือ ผู้ผลิตแต่ละรายไม่มีอิทธิพลต่อราคาตลาด (Price Taker) เนื่องจากมีผู้ผลิตจำนวนมากในตลาด ทำให้เส้นอุปสงค์ที่ผู้ผลิตแต่ละรายเผชิญมีลักษณะยืดหยุ่นสมบูรณ์ (Perfectly Elastic) หรือเป็นเส้นขนานกับแกนปริมาณ ในสภาวะนี้ ราคาตลาดถูกกำหนดโดยอุปสงค์และอุปทานรวมของตลาด Source: https://www.examlearn.ie/app/leaving-cert/lesson/379 การกำหนดราคาและปริมาณการผลิตที่เหมาะสม การวิเคราะห์ในระยะสั้น ในระยะสั้น ธุรกิจจะทำการผลิต ณ จุดที่รายรับส่วนเพิ่ม (Marginal Revenue: MR) เท่ากับต้นทุนส่วนเพิ่ม (Marginal Cost: MC)...

ตลาดผู้ขายน้อยราย (Oligopoly) มีโครงสร้างอย่างไร?

ตลาดผู้ขายน้อยราย หรือ Oligopoly เป็นโครงสร้างตลาดที่มีความซับซ้อนและน่าสนใจในทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด (Monopolistic Competition) ตลาดผู้ขายน้อยรายมีลักษณะเด่นคือมีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดที่สูงกว่าและมีจำนวนผู้ขายน้อยราย นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างที่สำคัญคือการที่ธุรกิจในตลาดมีการพึ่งพาอาศัยกัน (Interdependence) ทำให้การเปลี่ยนแปลงราคาของธุรกิจหนึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่นในตลาด และมักนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงราคาตามกัน แบบจำลองการกำหนดราคาในตลาดผู้ขายน้อยราย ด้วยความซับซ้อนของการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างธุรกิจ ทำให้การวิเคราะห์การกำหนดราคาและกำไรในตลาดผู้ขายน้อยรายต้องอาศัยแบบจำลองที่หลากหลาย โดยแต่ละแบบจำลองมีข้อสมมติที่แตกต่างกัน ดังนี้: แบบจำลองเส้นอุปสงค์โค้งงอ (Kinked Demand Curve Model) แบบจำลองเส้นอุปสงค์โค้งงอเป็นแบบจำลองที่อธิบายพฤติกรรมการกำหนดราคาในตลาดผู้ขายน้อยราย โดยมีสมมติฐานสำคัญว่าคู่แข่งจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของธุรกิจแตกต่างกันระหว่างการขึ้นราคาและการลดราคา เมื่อธุรกิจใดขึ้นราคา คู่แข่งจะไม่ปรับราคาตาม ส่งผลให้ธุรกิจที่ขึ้นราคาสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างมาก...

ตลาดผูกขาด (Monopoly) คืออะไร? ตั้งราคาได้ไม่จำกัดจริงหรือ?

การผูกขาด (Monopoly) เป็นสถานการณ์ที่ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการรายเดียวมีอำนาจเหนือตลาด โดยสามารถกำหนดราคาและปริมาณการผลิตได้โดยปราศจากการแข่งขัน ในบทความนี้จะอธิบายถึงลักษณะสำคัญของการผูกขาด กลยุทธ์การตั้งราคา และผลกระทบต่อประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ลักษณะสำคัญของการผูกขาด ธุรกิจที่ผูกขาดจะมีเส้นอุปสงค์ที่มีความชันเป็นลบ ซึ่งหมายความว่าหากต้องการขายสินค้าในปริมาณที่มากขึ้น จะต้องลดราคาลง ต่างจากตลาดแข่งขันสมบูรณ์ที่ผู้ผลิตสามารถขายสินค้า ณ ราคาตลาดได้โดยไม่มีผลต่อราคา ผู้ผูกขาดจะต้องพิจารณาหาจุดที่เหมาะสมระหว่างราคาและปริมาณการผลิตเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด กลยุทธ์การตั้งราคาของผู้ผูกขาด ผู้ผูกขาดมีทางเลือกในการตั้งราคา 2 รูปแบบหลัก: การตั้งราคาเดียว (Single-price Strategy) ขายสินค้าในราคาเดียวกันให้กับผู้ซื้อทุกราย กำไรสูงสุดจะเกิดขึ้น ณ จุดที่รายได้เพิ่ม (MR) เท่ากับต้นทุนเพิ่ม...

การแข่งขันในตลาดแต่ละประเภทมีกลยุทธ์ในการตั้งราคาอย่างไร?

การกำหนดราคาสินค้าและบริการในแต่ละโครงสร้างตลาดมีความแตกต่างกันตามลักษณะและพฤติกรรมของผู้ผลิตในตลาด โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ (Perfect Competition) ผู้ผลิตจะทำกำไรสูงสุดโดยผลิต ณ ระดับที่ต้นทุนส่วนเพิ่มเท่ากับรายรับส่วนเพิ่ม เนื่องจากรายรับส่วนเพิ่มและราคาสินค้ามีค่าเท่ากัน ดังนั้นราคาสินค้าจึงเท่ากับต้นทุนส่วนเพิ่ม ณ ระดับการผลิตที่ทำให้กำไรสูงสุด ตลาดผูกขาด (Monopoly) ผู้ผลิตจะทำกำไรสูงสุดโดยผลิต ณ ระดับที่ต้นทุนส่วนเพิ่มเท่ากับรายรับส่วนเพิ่มเช่นกัน แต่เนื่องจากเส้นอุปสงค์มีความชันเป็นลบ ทำให้ราคาสินค้าสูงกว่ารายรับส่วนเพิ่มและสูงกว่าต้นทุนส่วนเพิ่ม ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด (Monopolistic competition) ผู้ผลิตจะทำกำไรสูงสุด ณ ระดับการผลิตที่ต้นทุนส่วนเพิ่มเท่ากับรายรับส่วนเพิ่ม คล้ายกับตลาดผูกขาด...

การประเมินมูลค่า Futures ทำอย่างไร? ต่างจากการประเมินมูลค่า Forward อย่างไร?

สำหรับ Forward ราคาจะคงที่ตลอดอายุสัญญาหากไม่มีการชำระกำไรขาดทุนระหว่างทาง แต่มูลค่าจะเปลี่ยนแปลงตามราคาของสินทรัพย์อ้างอิง การชำระเงินเมื่อครบกำหนดจะสะท้อนความแตกต่างระหว่างราคา Forward ที่กำหนดไว้กับราคาตลาดของสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันที่ครบกำหนด ในทางตรงกันข้าม Futures จะมีการปรับราคาและมูลค่าทุกวันตามกลไกการ Mark-to-Market โดยมีการชำระกำไรขาดทุนรายวัน ตัวอย่างเช่น Futures ทองคำ 100 ออนซ์ที่ราคา 65,450 บาทต่อออนซ์ ในวันแรกราคาตลาดปรับขึ้นเป็น 65,625 บาท ผู้ถือสัญญาจะได้รับเงินเพิ่มในบัญชี...

โปรแกรมดูกราฟหุ้นไทยฟรี

STAY CONNECTED

45,046FansLike
100,470SubscribersSubscribe

Most Popular

Articles & More