หลักการวิเคราะห์บริษัท: การวัด Leverage (Part 1) บทนำ

Source: https://medium.com/phoenix-finance/a-deep-dive-into-leverages-in-defi-borrowing-margin-trading-leveraged-tokens-perpetuals-ed9019bd6833 Leverage ในบทความนี้เราจะหมายความถึงปริมาณค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed costs) ที่บริษัทมี แบ่งได้เป็นค่าใช้จ่ายคงที่จากการดำเนินงาน (Fixed operating expenses) ประกอบด้วย ค่าเช่าอาคารและอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายคงที่จากการจัดหาเงิน (Fixed financing costs) เช่น ดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้ ซึ่งการใช้ Leverage ในสัดส่วนที่สูงจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินการ (EBIT) มีความผันผวนมากขึ้น และทำให้กำไรสุทธิผันผวนตามมา Source:...

หลักการวิเคราะห์บริษัท: โครงสร้างเงินทุน (Part 5) Stakeholder Interests

Source: https://www.solitaireconsulting.com/2020/07/stakeholder-management-using-the-power-interest-matrix/ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ ต่างมีความต้องการที่แตกต่างกัน (รวมถึงมีอำนาจต่อบริษัทไม่เท่ากัน) จึงมักเกิดความขัดแย้งด้านผลประโยชน์กับผู้บริหารในเชิงของโครงสร้างเงินทุนที่บริษัทควรมี แบ่งกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักๆได้ดังนี้: ผู้ถือหุ้นกู้ (Public Debtholders) ความต้องการหลักของคนกลุ่มนี้คือการได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นตรงเวลาที่ตกลงกันไว้ ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงไม่สามารถได้รับผลประโยชน์ไปมากกว่านี้ และกรณีที่แย่ที่สุดคือเสียเงินที่ลงไป 100% ต่างจากผู้ถือหุ้นสามัญที่มีอัพไซด์ไม่จำกัดหากบริษัทสามารถเติบโตต่อไปได้ แต่กรณีที่แย่ที่สุดก็คือการเสียเงินที่ลงไป 100% ไม่ต่างจากผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ถือหุ้นกู้จึงต้องการให้บริษัทสร้างหนี้สินในปริมาณที่น้อย เพื่อลดความกดดันทางการเงิน (Financial distress) ที่นำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ ตรงกันข้ามกับผู้ถือหุ้นสามัญที่ต้องการให้บริษัทกู้เงินมาเพื่อขยายให้บริษัทมีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งหากหนี้สินของผู้ถือหุ้นกู้มีการค้าประกันด้วยสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงก็จะช่วงลดความขัดแย้งลงได้ ผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมในบริษัท (Controlling Shareholders) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มนี้นอกจากจะมีความต้องการที่ต่างออกไปจากผู้ถือหุ้นกู้แล้ว อาจมีความต้องการที่ไม่เหมือนกับผู้ถือหุ้นกลุ่มอื่นๆอีกด้วย...

หลักการวิเคราะห์บริษัท: โครงสร้างเงินทุน (Part 4) Target Capital Structure

ตามปกติแล้วบริษัทจะทำการวิเคราะห์เพื่อหาสัดส่วนเงินทุนที่เหมาะสมที่สุดเพื่อใช้เป็นเป้าหมายในการปรับสัดส่วนในอนาคต ซึ่งสัดส่วนที่เหมาะสมนี้ก็คือสัดส่วนที่บริษัทมองว่าจะทำให้เกิดต้นทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) มีค่าต่ำที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าบริษัทสูงที่สุดตามมา อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงสัดส่วนโครงสร้างเงินทุนมีการผันผวนอยู่ตลอดเวลาเนื่องจาก: - ผู้บริหารอาจมองเห็นโอกาสในการปรับโครงสร้าง เช่น หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปสูง ผู้บริหารอาจทำการเพิ่มทุน ส่งผลให้สัดส่วนของหุ้นสูงขึ้น - ในการวัดมูลค่าของโครงสร้างเงินทุนจะใช้มูลค่าตลาดเป็นหลัก ดังนั้นหากมูลค่าตลาดมีความผันผวน สัดส่วนโครงสร้างเงินทุนก็จะผันผวนไปด้วย ตามปกติแล้วบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยถึงโครงสร้างเงินทุนที่ต้องการปรับให้นักวิเคราะห์หรือผู้ถือหุ้นทราบ แต่ว่าเราควรที่จะใช้โครงสร้างเป้าหมายนี้ในการคำนวณสัดส่วนของทั้งหนี้, หุ้นบุริมสิทธิ, และหุ้นสามัญ เพื่อหาค่า WACC ดังนั้นเรามีตัวเลือกที่สามารถทำได้ดังนี้: - ใช้โครงสร้างเงินทุนปัจจุบัน - หาโครงสร้างเงินทุนจากแนวโน้มในอดีต - ใช้ค่าเฉลี่ยโครงสร้างเงินทุนของอุตสาหกรรม นอกจากต้นทุนจาก WACC...

หลักการวิเคราะห์บริษัท: โครงสร้างเงินทุน (Part 3) MM with Taxes

จากบทความที่แล้วที่เราอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีที่ Franco Modigliani และ Merton Miller เสนอทั้ง 2 ข้อ ภายใต้เงื่อนไขต่างๆที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในโลกความเป็นจริง ในบทความนี้เราจะมาตัดเงื่อนไขบางอย่างออกไปเพื่อให้ทฤษฎีสามารถนำมาใช้กับของจริงได้มากยิ่งขึ้น ในประเทศส่วนใหญ่ (รวมถึงประเทศไทย) บริษัทจะสามารถนำดอกเบี้ยจ่าย (Interest expense) มาลดหย่อยภาษีได้ เป็นเกราะป้องกันภาษีเรียกว่า Tax shield ส่งผลให้บริษัทต้องการกู้เงินในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อจ่ายภาษีให้น้อยลง Source: https://analystnotes.com/cfa-study-notes-modigliani-miller-propositions.html จากกราฟเมื่อเรานำประเด็นเรื่องภาษีมาผนวกเข้ากับทฤษฎีของ MM แรก รัฐบาลก็จะกินส่วนแบ่งของเงินทุนบริษัทอย่างส่วนหนึ่งเนื่องจากบริษัทต้องจ่ายภาษี...

หลักการวิเคราะห์บริษัท: โครงสร้างเงินทุน (Part 2) MM Propositions

ในปี 1958 Franco Modigliani และ Merton Miller (เรียกย่อๆว่า MM) ได้รับรางวัลโนเบลจากทฤษฎี 2 ข้อด้วยกัน (MM propositions) เกี่ยวกับมูลค่าและต้นทุนของบริษัท MM Proposition I ทฤษฎีแรกที่ MM เสนอขึ้นมาอธิบายว่ามูลค่าของบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบจากสัดส่วนโครงสร้างของเงินทุน ภายใต้เงื่อนไขดังนี้: - ตลาดทุนจะต้องเป็นตลาดที่แข่งขันอย่างสมบูรณ์ ไม่มีค่าธุรกรรม, ภาษี, และค่าใช้จ่ายสำหรับยื่นล้มละลาย -...

หลักการวิเคราะห์บริษัท: โครงสร้างเงินทุน (Part 1) บทนำ

Source: https://corporatefinanceinstitute.com/resources/accounting/capital-structure-overview/ โครงสร้างเงินทุนของบริษัทคือสัดส่วนขององค์ประกอบใน Balance sheet ที่เรียกว่าเงินทุน (Capital) ซึ่งประกอบด้วยหนี้สิน (Debt) และหุ้น (Equity) ซึ่งเป็นส่วนที่จัดหาเงินมาสำหรับเป็นทรัพย์สินและใช้ดำเนินงาน ตามปกติแล้วบริษัทจะพยายามใช้โครงสร้างเงินทุนที่มีต้นทุน (WACC) ต่ำที่สุด ถึงแม้ว่าบริษัทต่างๆจะมีโครงสร้างเงินทุนที่ต่างกัน แต่บริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันมักจะมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน โดยจะมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่เป็นตัวกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัท เช่น ระดับหนี้สินที่มีอยู่, อัตราภาษีนิติบุคคล, หรือรอบของเศรษฐกิจ ลักษณะเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรมก็เป็นตัวกำหนดความสามารถในการจ่ายหนี้ของแต่ละบริษัทเช่นกัน โดยอุตสาหกรรมที่มีรายได้และกระแสเงินสดที่คงที่และคาดเดาได้ง่ายจะมีสัดส่วนหนี้ในโครงสร้างเงินทุนได้มากกว่าอุตสาหกรรมที่มีลักษณะตรงข้ามกัน เราสามารถสังเกตได้จากปัจจัยดังนี้: - บริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นวัฏจักร (Non-cyclical)...

โปรแกรมดูกราฟหุ้นไทยฟรี

STAY CONNECTED

45,046FansLike
100,470SubscribersSubscribe

Most Popular

Articles & More