มูลค่า Forward และ Forward Rate หน้าคำนวณอย่างไร?
สัญญา forward เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีบทบาทสำคัญในตลาดการเงิน โดยมูลค่าและราคาของ forward จะถูกกำหนดในช่วงเวลาต่างๆ ตั้งแต่การเริ่มต้นสัญญา ระหว่างอายุสัญญา และเมื่อสัญญาหมดอายุ ในช่วงเริ่มต้นสัญญา มูลค่าของสัญญา forward จะเท่ากับศูนย์ เนื่องจากราคา forward ถูกกำหนดโดยใช้หลักการไม่มีการอาร์บิทราจ ซึ่งคำนวณจากราคาสปอตในปัจจุบันบวกด้วยต้นทุนการถือครองสินทรัพย์จนถึงวันหมดอายุสัญญา ระหว่างอายุสัญญา มูลค่าของสัญญา forward สำหรับผู้ซื้อจะเท่ากับราคาสปอตในปัจจุบันลบด้วยมูลค่าปัจจุบันของราคา forward ผู้ซื้อสามารถรับรู้มูลค่านี้ได้โดยการขายสินทรัพย์ในตลาดสปอตและนำเงินไปลงทุนในพันธบัตรที่ไม่มีความเสี่ยง เมื่อสัญญาหมดอายุ มูลค่าของสัญญา forward...
การคำนวณราคา Forward ที่มีต้นทุนและผลประโยชน์ในการถือครองทำอย่างไร?
ในการกำหนดราคา forward ที่ปราศจากการเก็งกำไร (no-arbitrage forward price) สำหรับสินทรัพย์ใดๆก็ตาม เราจะใช้สูตร F0(T) = S0(1 + Rf)^T โดยมีสมมติฐานว่าไม่มีประโยชน์หรือต้นทุนในการถือครองสินทรัพย์นั้น นอกเหนือจากต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินทุนที่ใช้ซื้อสินทรัพย์ (risk-free rate) อย่างไรก็ตามในโลกความเป็นจริงอาจมีต้นทุนหรือประโยชน์เพิ่มเติมจากการถือครองสินทรัพย์ที่ต้องนำมาพิจารณาในการคำนวณราคา forward Forward ที่มีต้นทุนในการถือครอง ต้นทุนในการถือครองสินทรัพย์อาจเป็นค่าเก็บรักษาและค่าประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ในขณะที่สินทรัพย์ทางการเงินมักมีต้นทุนเหล่านี้ต่ำมาก ส่วนประโยชน์จากการถือครองสินทรัพย์อาจเป็นผลตอบแทนในรูปตัวเงิน เช่น...
การประเมินราคาอนุพันธ์ด้วยหลักอาร์บิทราจทำอย่างไร?
ในการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์อนุพันธ์ เราใช้หลักการที่เรียกว่า "สภาวะปราศจากอาร์บิทราจ" (no-arbitrage condition) ซึ่งแตกต่างจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงโดยทั่วไป อาร์บิทราจ หมายถึงการทำธุรกรรมที่นักลงทุนซื้อสินทรัพย์หรือพอร์ตโฟลิโอหนึ่งในราคาหนึ่ง และขายสินทรัพย์หรือพอร์ตโฟลิออีกชุดหนึ่งที่มีผลตอบแทนในอนาคตเท่ากันในราคาที่สูงกว่าพร้อมกัน ทำให้ได้กำไรโดยปราศจากความเสี่ยง แม้โอกาสในการทำอาร์บิทราจจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นก็จะถูกใช้อย่างรวดเร็ว เราจึงสามารถใช้สภาวะปราศจากอาร์บิทราจในการกำหนดมูลค่าปัจจุบันของอนุพันธ์ โดยอ้างอิงจากมูลค่าที่ทราบแน่นอนของพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในอนาคตเท่ากับอนุพันธ์นั้น ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดในอนาคตก็ตาม อย่างไรก็ดี เนื่องจากมีต้นทุนธุรกรรมในการทำอาร์บิทราจ ความแตกต่างของราคาเล็กน้อยอาจยังคงมีอยู่ได้หากกำไรจากอาร์บิทราจน้อยกว่าต้นทุนธุรกรรม ตัวอย่างการใช้หลักการปราศจากอาร์บิทราจในการกำหนดราคา คือสัญญาฟอร์เวิร์ดอายุ 1 ปีบนหุ้น A ที่ไม่จ่ายเงินปันผล โดยมีราคาปัจจุบัน (S0)...
ตราสารอนุพันธ์มีรูปแบบการใช้งานในกลุ่มผู้ออกตราสารและนักลงทุนอย่างไร?
อนุพันธ์ทางการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทั้งผู้ออกตราสารและนักลงทุนใช้เพื่อจัดการความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทางการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์และวิธีการใช้ที่แตกต่างกันระหว่างผู้ออกตราสารและนักลงทุน รูปแบบการใช้งานของผู้ออกตราสาร งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน มักใช้อนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เช่น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย หรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอาจใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือบริษัทที่มีหนี้สินอัตราดอกเบี้ยคงที่อาจใช้สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเพื่อแปลงเป็นอัตราลอยตัว ทำให้มูลค่าในงบดุลมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยน้อยลง นอกจากนี้ บริษัทที่มีสินค้าคงคลังจำนวนมากอาจใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้า การบัญชีสำหรับการป้องกันความเสี่ยง (Hedge Accounting) เป็นวิธีการทางบัญชีที่ช่วยให้บริษัทสามารถรับรู้ผลกำไรขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของสินทรัพย์หรือหนี้สินที่ถูกป้องกันความเสี่ยง ซึ่งช่วยลดความผันผวนของกำไรขาดทุนในงบการเงิน โดยการป้องกันความเสี่ยงสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น การป้องกันความเสี่ยงกระแสเงินสด การป้องกันความเสี่ยงมูลค่ายุติธรรม และการป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนสุทธิในหน่วยงานต่างประเทศ รูปแบบการใช้งานของนักลงทุน ในทางกลับกัน นักลงทุนใช้อนุพันธ์ทางการเงินเพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลายกว่า...
ตราสารอนุพันธ์มีข้อดีและความเสี่ยงอะไรบ้าง?
ข้อดีหลักของตราสารอนุพันธ์ Ability to change risk allocation, transfer risk, และ manage risk: ตราสารอนุพันธ์ช่วยให้สามารถเปลี่ยนแปลงการจัดสรรความเสี่ยง โอนความเสี่ยง และบริหารความเสี่ยงได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำธุรกรรมในตลาดเงินสด เช่น ผู้จัดการกองทุนสามารถเพิ่มหรือลดการเปิดรับความเสี่ยงและผลตอบแทนของดัชนีตลาดได้ ผู้ผลิตสามารถป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของรายรับหรือรายจ่ายที่คาดการณ์ไว้ได้ และผู้ออกตราสารหนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนเป็นภาระผูกพันอัตราดอกเบี้ยคงที่ได้ Information discovery: ราคาและการซื้อขายของตราสารอนุพันธ์ให้ข้อมูลที่ธุรกรรมในตลาดเงินสดไม่สามารถให้ได้ เช่น ราคาออปชั่นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่สังเกตได้...
Options มีมูลค่า ณ วันครบกำหนดเท่าไหร่? ดูว่ามีกำไรอย่างไร?
มูลค่าและความเสี่ยงของ Options ในกรณีของ Options ราคาที่ผู้ซื้อจ่ายเรียกว่าพรีเมียม ซึ่งถือเป็นต้นทุนเริ่มต้นของการลงทุน ผลตอบแทนของ Options จะขึ้นอยู่กับราคาของสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันหมดอายุ โดยผู้ซื้อ Call Options จะได้กำไรเมื่อราคาสินทรัพย์สูงกว่าราคาใช้สิทธิ ในขณะที่ผู้ซื้อ Put Options จะได้กำไรเมื่อราคาสินทรัพย์ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ ความเสี่ยงและโอกาสของการลงทุนใน Options แตกต่างกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ซื้อมีความเสี่ยงจำกัดเท่ากับพรีเมียมที่จ่ายไป แต่มีโอกาสทำกำไรไม่จำกัด ในขณะที่ผู้ขายมีโอกาสทำกำไรจำกัดเท่ากับพรีเมียมที่ได้รับ แต่มีความเสี่ยงขาดทุนไม่จำกัด ตัวอย่างเช่น...












![ทฤษฎี Elliott Wave (อีเลียตเวฟ) คืออะไร [แบบละเอียด] ทฤษฎี Elliott Wave](https://www.lucid-trader.com/wp-content/uploads/2020/12/ทฤษฎี-Elliott-Wave-218x150.png)

![ทฤษฎี Wyckoff Logic คืออะไร [แบบละเอียด] Wyckoff Logic](https://www.lucid-trader.com/wp-content/uploads/2020/10/Wyckoff-Logic-218x150.png)




