Keltner Channel คือ

Keltner Channel คือเครื่องมือที่ไว้หากรอบการแกว่งตัวของราคา โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเส้นค่าเฉลี่ย (EMA) และความผันผวนเข้าด้วยกัน (ATR) 

Keltner Channel

จะคล้ายๆ กับ Bollinger bands แต่ Keltner Channel จะใช้ ATR ในการวัดความผันผวนของราคา (Boliinger bandns ใช้ Standard Deviation) โดยจะประกอบด้วยเส้น 3 เส้น เส้นกลาง คือ เส้นค่าเฉลี่ย EMA 20 วัน ส่วนเส้นบนกับเส้นล่าง คือ เส้นค่าเฉลี่ย EMA 20 วัน +/- 2 ATR

Keltner Channel ปกติทั่วไปเทรดเดอร์มักใช้เป็นการเทรดแบบ Trend following โดยจะสามารถหาจุดเริ่มต้นแนวโน้มของราคาได้จากการดูรอบการ Breakout และยังสามารถหาระดับ Overbought/Oversold ได้เช่นเดียวกัน ในยาวที่ตลาดเป็น Sideway

ทั้งนี้ในอดีต เมื่อปี 1960 เจ้าของคนคิดเครื่องมือนี้คือนาย Chester Keltner ได้เขียนหนังสือ How To Make Money in Commodities เขาได้ใช้ ค่าเฉลี่ย SMA ของ typical price ที่ 10 วัน (typical price = H+L+C/3) ในการเทรด (ten-day moving average trading rule) และใช้ช่วง High-Low ของราคามาบวกและลบกับค่าเฉลี่ย (เส้นกลาง) เพื่อสร้าง Channel 

ต่อมา Linda Bradford (1 ใน Market Wizards) ได้พัฒนาเครื่องมือต่อยอดขึ้นมา โดยใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA 20 วันแทน และใช้ ATR ในการสร้าง Channel โดยสูตรที่ Linda พัฒนาขึ้นมานี้เป็นที่นิยมใช้จนถึงปัจจุบัน 

Keltner Channel เหมาะสำหรับเทรดเดอร์สาย Trend following

สูตรการคำนวณ

เส้นกลาง = 20-day EMA
เส้นบน = 20-day EMA + (2 x ATR(10))
เส้นล่าง = 20-day EMA – (2 x ATR(10))

ATR โดยทั่วไปจะใช้ 10,20 periods

การตีความหมาย

เนื่องด้วย Keltner Channel มีต้นกำหนดมาจาก เส้นค่าเฉลี่ย EMA ทำให้ Keltner Channel โดยหลักจะเป็นการเทรดลักษณะ Trend following (เทรดตามแนวโน้ม) โดยในจังหวะที่ราคาทะลุกรอบบนของ Channel แสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งอย่างมาก มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นตามทิศทางของขาขึ้น หรือในอีกกรณีที่ราคาอ่อนตัวหลุดกรอบ Channel ลงมา เป็นการแสดงถึงแรงขายที่รุนแรงอย่างมาก มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงตามทิศทางของขาลง

แนวโน้มขาขึ้น

ตัวอย่างกราฟ S&P500 บน Tradingview ในช่วงที่ราคากลับตัวขึ้นทะลุกรอบบนของ Keltner Channel เป็นสัญญาณการเข้าสู่รอบการขึ้นใหม่อีกครั้ง และในระหว่างนั้นมาจากย่อตัวลงมา (ขวาสุด) แต่สามารถประคองตัวอยู่ในกรอบได้ เป็นการรักษาแนวโน้มดังกล่าว

แนวโน้มขาลง

ตัวอย่างกราฟข้างต้น เป็นจังหวะที่ราคาเข้าสู่รอบการลงด้วยการหลุดกรอบ Channel ลงมา และจากนั้นเริ่มมาสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มจากการที่ราคากลับไปทะลุกรอบบน

Sideway

Keltner Channel สามารถดูแนวโน้ม Sideway ได้เช่นเดียวกัน จากตัวอย่างกราฟด้านบน เป็นช่วงที่ราคาทองคำแกว่งตัวออกด้านข้าง ในกรอบสี่เหลี่ยม ช่วงบริเวณ 1560-1620 ดอลลาร์ และหลังจากนั้นเกิดการ Breakout ขึ้นในที่สุด

เทียบกับ Bollinger bands

ข้อแตกต่างหลักระหว่าง Keltner Channel กับ Bollinger Bands คือความกว้างของกรอบ เนื่องด้วย Kelner Channel คำนวณความผันผวนมาจาก ATR ส่วน Bollinber Bands คำนวณความผันผวนมาจาก Standard Deviation ซึ่ง ATR นั้น ค่าของมันจะไม่ค่อยผันผวน เมื่อเทียบกับค่า S.D. ที่ผันผวนค่อนข้างมากอยู่ตลอดเวลา ทำให้กรอบของ Kelner Channel นั้นค่อนข้างนิ่งกว่า ดีต่อการเทรดแบบ Trend following มากกว่า

สังเกตจากกราฟตัวอย่างด้านบน กรอบของ Bollinger bands (เส้นสีชมพู) จะผันผวนและกว้างกว่ากรอบของ Kelner Channel (เส้นสีฟ้า) ซึ่งทำให้ Kelner Channel เหมาะกับการดูเทรนมากกว่า Bollinger bands

สรุป

Keltner Channels เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับเทรดเดอร์สาย Trend following เป็นหลัก แต่ก็ยังสามารถดูการแกว่งตัวแบบ Sideway ได้ด้วยเช่นเดียวกัน เราสามารถนำเครื่องมืออื่น อย่างพวก Momemtum Indicator เช่น CCI, RSI และ Stochastic เป็นต้น มาช่วงจับหวะการ Pull back เพื่อเพื่อประสิทธิภาพในการเทรดได้อีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง