นโยบายการเงิน และการคลังคืออะไร? และระบบการเงินการธนาคารทำงานอย่างไร?

นโยบายการคลัง (Fiscal Policy) และนโยบายการเงิน (Monetary Policy) เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลและธนาคารกลางใช้ในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน Fiscal Policy คือการที่รัฐบาลใช้เครื่องมือด้านการใช้จ่ายและการจัดเก็บภาษีเพื่อมีอิทธิพลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ งบประมาณจะอยู่ในภาวะสมดุลเมื่อรายได้จากภาษีเท่ากับรายจ่ายของรัฐบาล หากรายได้จากภาษีมากกว่ารายจ่ายจะเกิดภาวะเกินดุลงบประมาณ ในทางกลับกันหากรายจ่ายมากกว่ารายได้จะเกิดภาวะขาดดุลงบประมาณ นอกจากนี้ Fiscal Policy ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้และความมั่งคั่งในสังคม ส่วน Monetary Policy เป็นการดำเนินการของธนาคารกลางที่มีผลต่อปริมาณเงินและสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจ โดยแบ่งเป็น Expansionary Monetary Policy...

เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยเรื่องเงินเฟ้อ

เงินเฟ้อ (Inflation) เป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยนิยามแล้ว เงินเฟ้อคือการเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าเพียงครั้งเดียวหรือการปรับขึ้นของราคาสินค้าเพียงบางรายการ การที่จะถือว่าเกิดภาวะเงินเฟ้อนั้น ราคาสินค้าและบริการส่วนใหญ่ในระบบเศรษฐกิจจะต้องมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบของเงินเฟ้อ ผลกระทบของเงินเฟ้อที่สำคัญคือการลดลงของอำนาจซื้อของเงิน กล่าวคือ เมื่อเกิดเงินเฟ้อ เงินจำนวนเท่าเดิมจะสามารถซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง ภาวะเงินเฟ้อส่งผลดีต่อผู้กู้ยืมและส่งผลเสียต่อผู้ให้กู้ เนื่องจากเมื่อผู้กู้ชำระคืนเงินต้นให้แก่ผู้ให้กู้ มูลค่าที่แท้จริงของเงินที่ชำระคืนจะมีค่าน้อยกว่าตอนที่กู้ยืม หากเงินเฟ้อเร่งตัวรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ จะเรียกว่าภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) ซึ่งสามารถทำลายระบบการเงินของประเทศและนำไปสู่ความวุ่นวายทางสังคมและการเมืองได้ วิธีการวัดภาวะเงินเฟ้อ การวัดอัตราเงินเฟ้อนั้นโดยทั่วไปจะคำนวณเป็นร้อยละของการเพิ่มขึ้นของระดับราคาเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นักวิเคราะห์ใช้อัตราเงินเฟ้อเป็นตัวชี้วัดวัฏจักรธุรกิจและเพื่อคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงนโยบายของธนาคารกลาง โดยธนาคารกลางมักมีเป้าหมายในการรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่กำหนด ในทางตรงกันข้าม ภาวะเงินเฟ้อลดลง (Disinflation) หมายถึงอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงแต่ยังคงเป็นบวก...

การว่างงาน : ประเภท, การวัด, และผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

การว่างงานเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม ในทางเศรษฐศาสตร์ เราสามารถแบ่งการว่างงานออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ การว่างงานแบบชั่วคราว การว่างงานเชิงโครงสร้าง และการว่างงานตามวัฏจักร แต่ละประเภทมีสาเหตุและลักษณะที่แตกต่างกัน Frictional Unemployment การว่างงานแบบชั่วคราว (Frictional Unemployment) เป็นการว่างงานที่เกิดจากช่วงเวลาที่จำเป็นในการจับคู่ระหว่างผู้หางานกับนายจ้างที่ต้องการทักษะของพวกเขา การว่างงานประเภทนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเกิดขึ้นอยู่เสมอในระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากธุรกิจมีการขยายตัวหรือหดตัว คนงานมีการย้ายงาน ถูกเลิกจ้าง หรือลาออกเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ Structural Unemployment การว่างงานเชิงโครงสร้าง (Structural Unemployment) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระยะยาวในระบบเศรษฐกิจที่ทำให้งานบางประเภทหายไป ในขณะที่เกิดงานใหม่ที่แรงงานที่ว่างงานอยู่ไม่มีคุณสมบัติหรือทักษะที่เหมาะสม...

ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ : เครื่องมือวิเคราะห์และคาดการณ์วัฏจักรธุรกิจ

ในการวิเคราะห์และคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์มักใช้ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ (Economic Indicators) เป็นเครื่องมือสำคัญ โดยดัชนีเหล่านี้สามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภทตามลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับวัฏจักรธุรกิจ ได้แก่ ดัชนีชี้นำ ดัชนีพ้อง และดัชนีตาม Leading Indicators ดัชนีชี้นำ (Leading Indicators) เป็นดัชนีที่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางก่อนที่เศรษฐกิจจะถึงจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของวัฏจักร ตัวอย่างเช่น ชั่วโมงทำงานเฉลี่ยในภาคการผลิต จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก คำสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคใหม่ คำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมอากาศยานเพื่อการป้องกันประเทศ ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ของสถาบันผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ดัชนีราคาหุ้น...

ทฤษฎีวัฏจักรธุรกิจ นักเศรษฐศาสตร์มีมุมมองอย่างไรบ้าง?

สาเหตุของการเกิดวัฏจักรธุรกิจเป็นประเด็นที่นักเศรษฐศาสตร์ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยแต่ละแนวคิดมีมุมมองที่แตกต่างกันในการอธิบายปรากฏการณ์นี้ Neoclassical School แนวคิดแบบ Neoclassical เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์มวลรวมและอุปทานมวลรวมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นหลัก พวกเขามองว่าระบบเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพการจ้างงานเต็มที่ เนื่องจากในช่วงเศรษฐกิจถดถอย อัตราค่าจ้างที่แท้จริงจะปรับตัวลดลง ขณะที่ในภาวะการจ้างงานสูงเกินระดับเต็มที่ อัตราค่าจ้างจะปรับตัวสูงขึ้น นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้สรุปว่าวัฏจักรธุรกิจเป็นเพียงการเบี่ยงเบนชั่วคราวจากดุลยภาพระยะยาวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในทศวรรษ 1930 ไม่สนับสนุนแนวคิดนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดำเนินการต่ำกว่าระดับการจ้างงานเต็มที่เป็นเวลาหลายปี นอกจากนี้วัฏจักรธุรกิจโดยทั่วไปมีความรุนแรงและยาวนานกว่าที่แบบจำลองของแนวคิดแบบ Neoclassical คาดการณ์ไว้ Keynesian School แนวคิดแบบ Keynesian นำโดยจอห์น เมย์นาร์ด...

วัฏจักรธุรกิจ คืออะไร? ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมีอะไรบ้าง?

วัฏจักรธุรกิจ (Business Cycle) เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) และอัตราการว่างงานเป็นตัวแปรสำคัญในการบ่งชี้สถานะปัจจุบันของวัฏจักร วัฏจักรธุรกิจประกอบด้วย 4 ระยะที่สำคัญ ได้แก่ ช่วงขยายตัว (Expansion) จุดสูงสุด (Peak) ช่วงถดถอย (Contraction/Recession) และจุดต่ำสุด (Trough) โดยแต่ละช่วงมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน Source: https://www.fe.training/free-resources/asset-management/stages-of-the-economic-cycle/ วงจรสินเชื่อและความสัมพันธ์กับวัฏจักรธุรกิจ วงจรสินเชื่อ (Credit Cycles)...

โปรแกรมดูกราฟหุ้นไทยฟรี

STAY CONNECTED

45,046FansLike
100,470SubscribersSubscribe

Most Popular

Articles & More