Swing Trading คือ

สวิงเทรด (Swing Trade) คือ สไตล์การเทรดอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นลักษณะ “ย่อซื้อ” โดยจะเก็บกำไรจากรอบการแกว่งตัวของราคาในช่วงระยะสั้น ถึง ระยะกลาง (ประมาณ 2 วัน ถึง 3 สัปดาห์) 

ซึ่งเทรดเดอร์ส่วนมากจะใช้เครื่องทาง Technical Analaysis อาทิ Stochastic, RSI, เส้นค่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งรูปแบบราคา (Price patterns) เพื่อนำมาสร้าง Set-up ของกลยุทธ์สวิงเทรด เพื่อหาสัญญาณ Buy/Sell ในการเทรด

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Swing Trading

ธรรมชาติของราคาไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเส้นตรง มันจะเกิดการแกว่งตัวขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มขึ้้น ขาลง หรือ แม้กระทั่ง Sideway เราจะเรียกช่วงดังกล่าวกันว่า ช่วงสวิง โดยเทรดเดอร์สาย Swing trade ก็จะใช้จังหวะการแกว่งตัวดังกล่าว ในการสร้างกำไร

ในการเทรดรูปแบบนี้จะไม่ได้คาดหวัง Risk Reward ที่เยอะ เต็มที่ก็ 1:2 หรือ 1:3 จะไม่มีการรันเทรน โดยจะขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวกลับ (ในกรณีซื้อ หรือ Long) จะเป็นการเก็บรอบสวิงสั้นๆ เท่านั้น

swing highs swing lows

จากกราฟด้านบน จะเห็นได้ว่า ราคาเกิดการแกว่งตัวของราคาอยู่ตลอดเวลา เราจะเห็นรอบการสวิงทั้งทำจุดสูงสุดของรอบ (Swing Highs) และ จุดต่ำสุดของรอบ (Swing Lows) 

ซึ่งเทรดเดอร์สามารถเข้าไปทำกำไรได้โดย ซื้อ (Long) ในช่วงที่ราคาทำ Swing Lows และ ขาย (Short) ในช่วงทีราคาทำ Swing Highs

โดยจะเก็บกำไรเป็นรอบๆ ไม่ได้ถือยาว หรือ รันเทรน

เครื่องมือที่ใช้ใน Swing Trade

เราสามารถนำเครื่องมือทาง Technical มาประยุกต์ใช้เทรดในรูปแบบนี้ อาทิเช่น 

โดยส่วนมากเราจะใช้หลายๆเครื่องมือมาประกอบกันมากกว่า เพื่อมาสร้างกลยุทธ์ในการเทรด

ตัวอย่างกลยุทธ์สวิงเทรด

จริงๆตัวอย่างมีเป็นร้อยเป็นพันรูปแบบ ไม่มีถูกผิด เทรดเดอร์สามารถนำเครื่องมือต่างๆ ไปสร้างสไตล์การเทรดนี้ได้

ผมของยกตัวอย่างมี 1 กลยุทธ์การเทรดแบบง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพ 

Stochastic + รูปแบบแท่งเทียน

morning star + stochastic

จากกราฟข้างต้น Set-up การเทรดนี้คือ รอให้แท่งเทียนเกิดรูปแบบการกลับตัวที่ชื่อว่า Morning star และสัญญาณ Stochastic เส้น %K ตัดเส้น %D ขึ้นจากเขต Oversold เพื่อช่วงยืนยันสัญญาณการกลับตัวของราคาในรอบระยะสั้น

จุดเข้า : ราคาปิดของแท่งที่ 3 ในรูปแบบ Morning Star

จุดคัท : Low ของแท่งที่ 2 ในรูปแบบ Morning Star

เป้าหมายทำกำไร : 1-3 เท่า ของ Risk 

ข้อดี ข้อเสีย ของกลยุทธ์สวิงเทรด

ข้อดี

  • ใช้พลังงานในการเทรดน้อยกว่าพวก Day Trading
  • สามารถทำกำไรในช่วงแกว่งตัวสั้นๆของราคา (2 วัน – 3 สัปดาห์)
  • Win rate สูง (60-70%)

ข้อเสีย

  • มีความเสี่ยงการถือข้ามวัน (Overnight risk)
  • Risk Reward ต่ำ
  • ไม่สามารถกินคำใหญ่ได้

สรุป

ส่วนตัวผมชอบการเทรดสไตล์นี้มาก ไม่ได้บอกว่ามันเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุด เพราะทุกกลยุทธ์ ทุกเครื่องมือ มันสามารถทำกำไรได้ทั้งหมด สุดท้ายขึ้นอยู่ตัวตัวเทรดเดอร์ต่างหากว่า ชอบเทรดสไตล์ไหน 

บางคนเป็นลักษณะ Breakout เล่นตามโมเมนตัม แต่บางคนชอบ Swing trade รอย่อซื้อ ทั้ง 2 อย่างนี้ มองดูอาจเป็นโลกคู่ขนานกัน เพราะ เวลาพวกสวิงเทรดซื้อ มักเป็นช่วงที่สายโมเมนตัมขาย หรือ ช่วงที่สวิงเทรดขาย มักเป็นช่วงที่สายโมมเนตัมซื้อ ซึ่งทำให้หลายจังหวะสวนกันเยอะ แต่อย่างไรก็ดี สุดท้าย มันขึ้นอยู่แค่ว่า เราใช้มันได้ดีหรือเปล่า เข้าใจมันจริงไหม แค่นั้นเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง