หนังสือ : 31 เคล็ดลับการเทรดเพื่อเอาชนะตลาดอย่างยั่งยืน (Robust Trading System)

เนื้อหา : แนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับความสำคัญของการสร้างระบบการเทรด และบทเรียนจากเทรดเดอร์ชื่อดังต่างๆ

สิ่งที่ได้ : ปรัชญาในการเทรดเรื่องๆต่าง ที่จะทำให้เทรดเดอร์อยู่รอดในตลาดได้ในระยะยาว และอย่างยั่งยืน

เหมาะสำหรับ : เทรดเดอร์ทั่วไป

31 เคล็ดลับการเทรดเพื่อเอาชนะตลาดอย่างยั่งยืน

สั่งซื้อหนังสือ 31 เคล็ดลับการเทรดเพื่อเอาชนะตลาดอย่างยั่งยืน ได้ที่นี่ : คลิ๊ก

เคล็ดลับที่ 01 : ปรัชญาการเก็งกำไร

  1. รักษาเงินต้น รักษากำไรที่ได้มาให้ได้
  2. สร้างกระแสเงินสด ทำกำไรต่อเนื่อง แน่นอนอย่างยั่งยืน
  3. ทำซ้ำข้อ 1 และ 2 ไปเรื่อยๆ

เคล็ดลับที่ 02 : เมื่อคนเก่งเจ๊งหุ้น

  • เซอร์ ไอแซก นิวตัน (ผู้ค้นพบทฤษฎีแรงโน้มถ่วง) ก็เคยเจ๊งหุ้น จากบริษัท South Sea มาเหมือนกัน
  • ตลาดเก็งกำไรมันคือ money game มันเป็นเรื่องของ EQ มากกว่า IQ

เคล็ดลับที่ 03 : มืออาชีพไม่วัดดวง

  • มืออาชีพต้องการไม่ใช่ผลการชนะหรือกำไรแค่ครั้งสองครั้งจากดวง แต่มันต้องมาจากความแน่นอน ทำซ้ำได้ ซึ่งเกิดจากทักษะความสามารถของตัวเราจริงๆ

เคล็ดลับที่ 04 : การคิดอย่างเป็นระบบ

  • เมื่อมีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ เราจะสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาด และจัดการกับข้อมูลข่าวสารมากมายที่วิ่งเข้ามาถึงตัวเราได้อย่างมีหลักการ สามารถประเมินผลตอบแทนและความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม และย่อมทำให้เกิดประสิทธิภาพในการตัดสินใจซื้อขายที่ดีที่สุด นำมาซึ่งความสำเร็จในระยะยาวต่อไป

เคล็ดลับที่ 05 : เกิดมาเทรด

  • พื้นฐานของการเป็นเทรดเดอร์นั้น แท้จริงไม่ใช่แค่เรื่องการอ่านกราฟเทคนิคคอล หรือนั่งดูราคา แต่มันเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เรียนรู้วันนี้ให้มากกว่าสิ่งที่เคยรู้เมื่อวาน แล้วทำให้ได้ทุกวัน แค่ไม่หยุดพยายาม

เคล็ดลับที่ 06 : แนวทางรับมือกับอารมณ์และความเครียด

  • เทรดเดอร์อาชีพจึงควรให้ความสำคัญเรื่องจิตใจ โดยเฉพาะการรับมือกับความเครียดที่จะเกิด
  • ดร. เลวิทิน แนะนำแนวทางแก้ปัญหาสิ่งที่เราต้องเผชิญแบบ pre-mortem หรือ การวางแผนรับมือล่วงหน้ากับทุกสถานการณ์เสมอ นั่นคือ การคิดเอาไว้เลยว่าเรามีโอกาสผิดพลาดและล้มเหลว พยายามสร้างแบบจำลอง คิดหาผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะการประเมินความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้ได้ แล้ววางแผนรับมือเอาได้
  • ระบบเทรดประกอบด้วยแผนรับมือความเสี่ยง และมีวิธีการจัดการการขาดทุนล่วงหน้า มันก็คือการทำ pre-mortem ซึ่งช่วยให้เราลดความเครียดและทำให้สมองของเราไม่ต้องเผชิญกับความกดดันจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติและทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการตัดสินใจออกมาดีและมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับที่ 07 : มองภาพใหญ่แล้วทำใจให้นิ่ง

  • สุดท้ายถ้ามีแผนและมีระบบที่ดี แม้จะเป็นแค่รายย่อยธรรมดา ก็ย่อมสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว และเอาชนะตลาดแบบ long run ได้เช่นกัน

เคล็ดลับที่ 08 : วิทยาศาสตร์แห่งการเทรด

  • แนวทางการเทรดที่ประสบความสำเร็จนั้นเป็นวิทยาศาสตร์ที่สอนกันได้ ไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์เฉพาะบุคคล

เคล็ดลับที่ 09 : เทรดเดอร์สายเต่า รวยช้าแต่ยั่งยืน

  • การเทรดมันเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง (risk return trade off)
  • การเทรดด้วยระบบ ใจความสำคัญจะเน้นการสร้างกำไรต่อเนื่อง (constancy win) เหมาะสมกับความเสี่ยงหรือขนาดการลงทุนที่เรารับได้ เพราะสุดท้าย การสร้างผลตอบแทนได้มั่นคงและเสถียรมันจะก่อให้เกิดผลกำไรทบต้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าทำได้ทุกเดือน ทุกปี ระบบก็จะกลายเป็นห่านทองคำ ที่เลี้ยงและพาเราไปสู่อิสรภาพทางการเงินได้
  • ใช้ระบบเทรด รวยช้า แต่ยั่งยืน

เคล็ดลับที่ 10 : วิธีคิดเชิงออกแบบกับการพัฒนาระบบเทรด

  • กลุ่มนักพัฒนาระบบเทรดที่ใช้หลักการของการคิดเชิงออกแบบ จะเน้นการสร้างระบบเทรดที่เหมาะกับเทรดเดอร์หรือผู้ใช้งานระบบ นั่นหมายความว่าจะนำเอาปัจจัย เช่น ทรัพยากรเงินทุน เวลาในการเทรด สุขภาพเทรดเดอร์ และอื่นๆ เข้ามารวมในการออกแบบด้วย
  • ไม่ใช่พยายามพัฒนาระบบเทรดที่สร้างกำไรจำนวนมากหลายร้อยเปอร์เซ็นอย่างเดียว

เคล็ดลับที่ 11 : นักคณิตศาสตร์ ผู้พิชิตตลาดหุ้น

  • จิม ไซมอนส์ (Jim Simons) ผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ฉายา Quant King แห่ง Renaissance Technologies
    • 1. เริ่มช้าไม่ได้ทำให้เราเสียเปรียบหรือประสบความสำเร็จได้ยาก
    • 2. อดีตไม่ได้เป็นตัวการันตีอนาคตเสมอไป
    • 3. ตลาดนั้นไม่มีประสิทธิภาพ
    • 4. ระบบเทรด ข้อมูล และวิธีคิดเชิงวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ
    • ความสำเร็จที่แท้จริงต้องวัดกันระยะยาว

เคล็ดลับที่ 12 : ราชินีเฮดจ์ฟันด์พันล้าน

  • เลด้า บราก้า (Lega Brage) ผู้บริการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับพันล้านเหรียญ เจ้าของฉายา Hedge Fund Queen แห่ง Systematica Investment LLC กองทุนสาย CTA (บริหารเงินให้นักลงทุนเป็นรายบุคคล) ที่ใช้ระบบเทรดแบบคอมพิวเตอร์บริหารสินทรัพย์ระดับ 10,200 ล้านเหรียญ (ข้อมูลปี 2016)
  • เธอเชื่อว่า ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงจะเข้ามามีบทบาทในการเสริมจุดอ่อนด้านการตัดสินใจของมนุษย์บนกลยุทธ์การเทรดที่ซับซ้อน และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากที่ซับซ้อนในเวลาอันสั้นได้
    • 1. ผู้หญิงก็มีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย
    • 2. ข้อมูลที่ดี เป็นสิ่งสำคัญ
    • 3. ลดอคติด้วยระบบเทรด
    • 4. บริหารจัดการความเสี่ยง เป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก
    • 5. เลือกหุ้นธรรมภิบาลดี

เคล็ดลับที่ 13 : เฮดจ์ฟันด์สายพันธุ์ใหม่

  • โรเบิร์ต คาร์เวอร์ (Robert Carver) เป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ก้าวมาจากการเป็นนักวิจัยสายควอนท์ ของโลก ที่นิยมชมชอบในการใช้คณิตศาสตร์และสถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบเทรด
    • 1. Good Trader : การเป็นเทรดเดอร์ คือการต้องตัดสินใจบนเกมที่มีการคำนวณความน่าจะเป็นและวางแผนรับมือความเสี่ยงจากผลกระทบกรณีที่อาจจะผิดพลาดเอาไว้ล่วงหน้า โดยเขามองว่าการเทรดนั้นเป็นอาชีพ ถ้าอยากสำเร็จต้องทำจริงจัง มีเป้าหมาย ลงมือศึกษา พัฒนาอย่างมุ่งมั่น สิ่งสำคัญคือการพัฒนาทักษะในการเทรด รู้จักบริหารอารมณ์ ไม่ประมาท ไม่มีอีโก้ หรือมั่นใจมากเกินไปจนทำให้ละเลยความเสี่ยง 
    • 2. เรียบง่ายแต่ไม่หละหลวม
    • 3. สร้างผลกำไรที่ต่อเนื่องยั่งยืน
    • 4. บริหารความเสี่ยงคือเรื่องสำคัญ
    • 5. รู้จักเปิดใจ

เคล็ดลับที่ 14 : ตำนานเจ้าแห่งควอนท์

  • อีกอร์ ทัลชินสกี้ (Igor Tulchinsky) เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร WorldQuant, LLC กองทุนเฮดจ์ฟันด์สายควอนท์ระดับโลกมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 7,300 ล้านเหรียญ
    • 1. กล้าที่จะเสี่ยง เมื่อโอกาสมาถึง
    • 2. จำลองสถานการณ์และคิดอย่างเป็นระบบ
    • 3. รู้จักวางแผนรับมือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
    • 4. เรียนรู้จากความผิดพลาด
    • 5. บริหารจัดการความเสี่ยง
    • 6. ทุกกลยุทธ์ ทุกวิธีล้วนมีจุดอ่อน

เคล็ดลับที่ 15 : บิดาแห่งการเทรดหุ้นด้วยระบบ

  • เอ็ด ซีโคตา (Ed Seykota) เป็นเทรดเดอร์สายตามแนวโน้ม (trend following) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับตำนานอีกท่าน เขาเองได้รับฉายาว่าเป็นบิดาด้านการเทรดอย่างเป็นระบบ (trading system) เป็นผู้บุกเบิกการใช้คอมพิวเตอร์ในการเทรดยุคเริ่มแรกของสหรัฐอเมริกา
    • 1. วางแผนไว้ล่วงหน้าคือสิ่งสำคัญ
    • 2. เทรดไปตามที่เห็น ไม่ใช่เดา
    • 3. รู้จักบริหารจัดการความเสี่ยง
    • 4. มีวินัยทำตามแผน ทำตามระบบ
    • 5. รับมือกับอารมณ์

เคล็ดลับที่ 16 : ยอดอัจฉริยะผู้เอาชนะตลาดด้วยการคำนวณ

  • เอ็ดเวิร์ด ธอร์ป (Edward O. Thorp) เขาเป็นอดีตอาจารย์คณิตศาสตร์ชื่อดังในสหรัฐอเมริกา บิหาแห่งทฤษฎีสารสนเทศ (information theory) ผู้หันเหเส้นทางอาชีพผันตัวเองเข้ามาสู่โลกการเงินในวอลสตรีท ด้วยความคิดที่จะใช้คณิตศาสตร์และทฤษฎีความน่าจะเป็นในการเอาชนะตลาดหุ้น
    • 1. เข้าใจเกม เข้าใจความน่าจะเป็น
    • 2. ระมัดระวังความเสี่ยง
    • 3. วางแผนล่วงหน้า
    • 4. ไม่ควรเสียเวลาคาดเดา
    • 5. ผิดอย่างไรไม่ให้หมดตัว

เคล็ดลับที่ 17 : ยอดเซียนแห่งการพัฒนาระบบเทรด

  • เพอร์รี่ คอฟแมน (Perry J. Kaufman) เขาเป็นประธานบริษัท Kaufman Analytics, Ltd. บริษัทให้คำปรึกษาและทำวิจัยด้านการลงทุน นอกจากนี้ยังเป็นนักเขียน และกูรูนักพัฒนาระบบเทรดชื่อดังที่อยู่ในตลาดมากว่า 40 ปี และทำงานด้านการพัฒนาระบบเทรดด้วยคอมพิวเตอร์ และเป็นที่ปรึกษากลยุทธ์ให้กับสถานบันการเงินและกองทุนหลายแห่ง
    • 1. คิดและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
    • 2. เข้าใจเครื่องมือที่ใช้
    • 3. ปัจจัยเบื้องหลังและแรงขับดัน
    • 4. ไม่มีใครถูกได้เสมอ ดังนั้นจำเป็นต้องบริหารจัดการความเสี่ยง
    • 5. ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ

เคล็ดลับที่ 18 : ชายผู้พ่ายแพ้ศึก แต่ชนะสงคราม

  • บรูซ โคฟเนอร์ (Bruce Kovner) เป็นอดีต CEO และผู้ก่อตั้งของ Caxton Associate ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์ใหญ่หนึ่งในสิบของโลก
    • 1. แพ้ศึกไม่ได้หมายความว่าจะแพ้สงคราม
    • 2. อย่าเทรดด้วยความไม่รู้
    • 3. เทรดเดอร์ที่ดีต้องทำงานหนัก
    • 4. เริ่มจากเงินน้อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป
    • 5. หาครูและมิตรที่ดี
    • 6. วิเคราะห์พฤติกรรมราคา

เคล็ดลับที่ 19 : หลักปรัชญา ราชาเฮดจ์ฟันด์

  • เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) เจ้าของฉายา King of Hedge Fund เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Bridgewater Associates บริษัทเฮดจ์ฟันด์ยักษ์ใหญ่อันดับต้นของโลก
    • 1. บริการจัดการอารมณ์ด้วยสมาธิ
    • 2. เรียนรู้จากความผิดพลาด
    • 3. ถกเถียงแลกเปลี่ยนแบบสร้างสรรค์
    • 4. เรียนรู้จากประวัติศาสตร์
    • 5. ระบบคอมพิวเตอร์และการตัดสินใจ

เคล็ดลับที่ 20 :  ทำไมจึงควรต้องใช้ระบบเทรด

  • ระบบเทรด (trading system) คือกระบวนการทำงานผสมผสานร่วมกันขององค์ประกอบต่างๆ ที่สนับสนุนการตัดสินใจซื้อขายสินทรัพย์ โดยทุกองค์ประกอบจะถูกออกแบบและสร้างเอาไว้ล่วงหน้า พร้อมนำไปใช้งาน โดยแต่ละส่วนจะมีหน้าที่ชัดเจน มีลำดับขั้นตอนและกระบวนการประมวลผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายที่แน่นอน สามารถวัดสอบและประเมินประสิทธิภาพได้
  • ระบบเทรดก็ช่วยสร้างแผนปฏิบัติงาน ทำให้ลดการใช้อารมณ์ความรู้สึก ลดอคติต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการเทรดให้ดียิ่งขั้นต่อไป

เคล็ดลับที่ 21 : ระบบเทรดกับการตัดสินใจ

  • การที่เรามีระบบเทรด (trading system) มีแผนล่วงหน้าที่ผ่านการพัฒนา ผ่านการทดสอบจนเชื่อมั่นได้แล้ว ย่อมช่วงลดความผิดพลาด ส่งผลดีและเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจของเราได้นั่นเอง

เคล็ดลับที่ 22 : เทรดอย่างไรโดยไม่ต้องเดา 

  • ถ้าใช้ระบบเทรดที่มีการพัฒนาทดสอบจนเกิดความเชื่อมั่นในค่าความถูกต้อง (accuracy) ที่เหมาะสม  และแผนบริการจัดการเงินทุนที่ดี ประกอบกับมีกระบวนการตัดสินใจที่คงตัว ปราศจากอคติหรือความเอนเอียง แม้เราจะไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้แม่นยำ 100% หรือแม้ราคาหุ้นจะมีความผันผวน มีความไม่แน่นอน แต่ในระยะยาวระบบเทรดที่ดีก็จะสามารถอยู่รอดและทำผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน ตรงนี้คือแก่นสำคัญของการใช้ระบบเทรดในการตัดสินใจซื้อขาย

เคล็ดลับที่ 23 : คุณภาพของ “กำไร”

  • กำไรมี 2 แบบ คือ 
    • กำไรชั่วคราว (ได้เยอะๆ เร็วๆ แล้วหมดไป) 
    • กับอีกแบบคือ กำไรยั่งยืน หรือ กำไรคุณภาพดี คือ กำไรที่แน่นอน ทำให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่มากแต่สมเหตุสมผลกับความเสี่ยง
  • การบริหารเงิน บริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับ “กำไร” เพื่อสร้างกำไรต่อเนื่อง นี่ต่างหากคือ เคล็ดลับของนักเก็งกำไร ไม่ใช่การเดาเป้าราคาแม่น เดาแนวโน้มถูก เดาหุ้นถูกตัว หรืออะไรแบบนั้น
  • ดังนั้นการเป็นนักเก็งกำไร จึงไม่ใช่ซื้อขายได้กำไรครั้ง สองครั้ง มีกำไรมาโชว์เพื่อนแล้วจบ แต่ต้องเป็นกระบวนการ เป็นระบบเทรดที่สามารถทำกำไรที่แน่นอนยั่งยืน ทำซ้ำได้ต่อเนื่อง และอยู้รอดในตลาดระยะยาว

เคล็ดลับที่ 24 : ความเข้าใจกับกำไรที่คาดหวัง

  • มันไม่สำคัญที่เราจะต้องเทรดแม่นได้กำไรทุกครั้ง แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อโอกาสทองมาเข้าทางเราเมื่อไหร่ ต้องทำกำไรให้ได้คุ้มค่ากับความเสี่ยง เพื่อสร้างผลกำไรรวมสุทธิจากการเทรดทั้งหมดให้เป็นบวกให้ได้
  • กำไรที่คาดหวัง = (โอกาสกำไร x กำไรเฉลี่ยต่อครั้ง) – (โอกาสขาดทุน x ขาดทุนเฉลี่ยต่อครั้ง)
  • หรือ Expectancy = (%win x average win) – (%loss x average loss)
  • ตัวอย่างการหาค่ากำไรคาดหวังจากระบบเทรด A
    • มีค่า %win = 40%, %loss = 60% โดยผลกำไรเฉลี่ยอยู่ที่ 32 เหรียญ และผลการขาดทุนเฉลี่ยที่ 10 เหรียญ
    • Expectancy = (0.40 * 32.00) – (0.60 * 10.00) = +6.80
  • ค่า expectancy ประเมินระบบเทรดจากข้อมูลการทดสอบย้อนหลัง เรายังสามารถประยุกต์ใช้การคำนวณค่า expectancy แบบรายช่วงเวลาเพื่อใช้ในการติดตามภาวะการณ์ทำงานของระบบเทรดได้อีกด้วย

เคล็ดลับที่ 25 : วิธีเก็งกำไรไม่ให้เสี่ยงเกินตัว

  • พอล ทูดอร์ โจนส์ (Paul Tudor Jones) ชายคนนี้เป็นตำนวนผู้บริการจัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก เขาประสบความสำเร็จจากการเป็นนักเก็งกำไรในตลาดอนุพันธ์ ก่อนผันตัวมาเป็นผู้บริการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ บริการเงินทุนขนาดหลายพันล้านจนประสบความสำเร็จ
  • สิ่งที่เขาเน้นจะเป็นเรื่องการรักษาตัวเองให้รอดด้วยการบริหารเงินทุน บริการความเสี่ยงที่เหมาะสม ไม่ยอมสูญเสียเงินทุนอันเป็นทรัพยากรของเราไปจนหมด
  • RRR (risk reward ratio) ที่พอลใช้คือ 1:5

เคล็ดลับที่ 26 : กลยุทธ์รับมือตลาดหุ้นขาลง

  • 1. ตั้งสติอย่าตื่นตระหนก
  • 2. อย่ารีบซื้อเพราะคิดว่าถูก
  • 3. ประเมินสถานการณ์
  • 4. ประเมินความเสี่ยงที่รับได้
  • 5. จัดการกับความเสี่ยง
  • 6. กระจายความเสี่ยง ปรับสมดุลของพอร์ต

เคล็ดลับที่ 27 : อย่ากลัวแม้จะตกรถ

  • 1. ตั้งสติ จัดการกับอารมณ์ก่อน
  • 2. วางแผน
  • 3. จัดการความเสี่ยง

เคล็ดลับที่ 28 : คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง

  • 1. ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถการันตีอนาคต
  • 2. เรื่องของความน่าจะเป็น
  • 3. อันตราจากความคาดหวังที่มากเกินจริง
  • 4. ผลตอบแทนระยะยาวสำคัญกว่าผลตอบแทนระยะสั้น
  • 5. ระมัดระวังคำโฆษณาชวนเชื่อ

เคล็ดลับที่ 29 : แนวทางการอยู่รอดในตลาดอย่างยั่งยืน

  • 1. ไม่มีใครซื้อหุ้นที่ราคาจุดต่ำสุดหรือขายหุ้นราคาจุดสูงสุดได้ 
  • 2. รู้จักผิดให้เป็น
  • 3. ขจัดอารมณ์
  • 4. วางแผนสร้างความสำเร็จระยะยาว

เคล็ดลับที่ 30 : สามเสาหลัก สู่กลยุทธ์สร้างพอร์ตคงกระพัน

  • งานวิจัยของ เมบ เฟเบอร์ (Meb Faber) ที่ชื่อว่า The Trinity Portfolio : A Long-Term Investing Framework Engineered for Simplicity, Safety and Outperformance (สามเสาหลักของพอร์ตโฟลิโอ : การวางโครสร้างกรอบการลงทุนระยะยาวเพื่อความเรียบง่าย ปลอดภัย และผลตอบแทนในระดับสุดยอด)
    • 1. การกระจายสินทรัพย์ในภอร์ตให้ครอบคลุมตลาดโลก (global market)
    • 2. เพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมความเสี่ยงด้วยการผสมผสานทั้งพื้นฐานและโมเมนตัม
    • 3. ทำการเข้าซื้อสินทรัพย์และจัดน้ำหนักเงินทุนไปตามแนวโน้มราคา

เคล็ดลับที่ 31 : ผลตอบแทนและความสุข

  • หนังสือชื่อ Happy Money ของ ฮอนดะ เคน (Honda Ken) ได้แบ่งเงินเป็น 2 ประเภท คือ
    • เงินที่มีความสุข
    • เงินที่ไม่มีความสุข
  • ถ้าอยากเป็น Happy Trader เราก็ต้องสร้าง Happy Money ต้องทำเงินบนจุดที่เงินสร้างความสุขให้ชีวิตเรา กล่าวคือ
    • 1. เราต้องมีความสุขกับการเทรด ถ้าไม่มีความสุข กังวล เครียดตลอดเวลา แบบนั้นไม่เหมาะสม
    • 2. นอกจากจะต้องเทรดอย่างมีความสุข ครอบครัว และ คนรอบข้างก็ควรมีความสุข 
    • 3. สุขจากได้กำไรหรือขาดทุน

สั่งซื้อหนังสือ 31 เคล็ดลับการเทรดเพื่อเอาชนะตลาดอย่างยั่งยืน ได้ที่นี่ : คลิ๊ก