Bruce Kovner

ประวัติ :

เทรดเดอร์รายใหญ่ในตลาด Forex โด Kovner ได้ทำงานอยู่ที่บริษัท Commodities Corporatio (กับ Michael Marcus พ่อมดคนแรก และ Jack D. Schwager ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้) เริ่มต้นจากเป็นอาจารย์ที่ฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย จากนั้นเมื่อช่วงต้นปี 1970 ได้เล่นการเมือง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จากนั้นช่วงกลางปี 1970 ก็ได้เริ่มมาสนใจการเทรด

ถ้าลงทุนด้วยเงินจำนวน 2,000 ดอลลาร์กับเคิฟเนอร์ เมื่อต้นปี 1978 พอเวลาผ่านไป 10 ปี คุณจะมีเงินลงทุนมูลค่ามากกว่า 1 ดอลลาร์เลยทีเดียว

  • ลูกศิษย์ของ Michael Marcus พ่อมดแห่งวอลสตรีทคนแรก (คนสัมภาษณ์ เคิฟเนอร์ตอนเข้าทำงาน)
  • เพื่อนร่วมงานของ Jack D. Schwager ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้
  • เทรด Forex เป็นหลัก (50-60%)
  • ดูพื้นฐานเป็นหลัก ใช้เทคนิคประกอบการเทรดเท่านั้น (น่าจะกลยุทธ์ Breakout)

ข้อคิด :

  • ตลาดสามารถเรียกคืนเงินของคุณได้รวดเร็วพอๆกับตอนที่ให้คุณมา
  • หากเกิดเหตุการณ์ที่มารบกวนอารมณ์ จะปิดสถานะทั้งหมดทันที
  • กฏข้อแรกของการเทรด : อย่ายอมอยู่ในสถานการณ์ที่คุณสามารถเสียเงินจำนวนมากจากเหตุผลที่คุณไม่เข้าใจ
  • สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากเทรดเดอร์ทั่วไป : 2 ปัจจัย 1) สามารถจินตนาการโลกที่แตกต่างจากปัจจุบันและเชื่อว่ามันเกิดขึ้นได้ เช่น คิดว่าราคาถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 2 เท่า หรือ ลงกว่า 3-4 เท่าได้เช่นเดียวกัน และ 2) มีเหตุผลและวินัยได้ ภายใต้แรงกดดัน
  • เทรดสามารถสอนกันได้ไหม ? ตอบ ได้แต่ไม่ทั้งหมด เขาเคยพยายามฝึกสอนคนประมาณ 30 คน มีเพียง 4-5 คนเท่านั้นที่สามารถกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ดีได้
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีหลายส่วนที่ถูกต้องและหลายส่วนที่เป็นแค่คาถาไร้สาระ
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นการติดตามศึกษาอดีต มันไม่ได้บอกอนาคต
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเหมือนเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย นักปัจจัยพื้นฐานที่ไม่สนใจดูกราฟเลยก็เหมือนหมอที่ไม่วัดอุณหภูมิร่างกายคนไข้ 
  • การทะลุของราคาที่เกิดจากบทความในวอลสตรีท เจอร์นัล (Wall street journal) มีนัยสำคัญน้อยมาก
  • ยิ่งมีคำอธิบายสำหรับการเปลี่ยนแปลงของราคา (ทะลุ) น้อยเท่าไหร่ ยิ่งทำให้มีนัยสำคัญมากเท่านั้น (คนรู้น้อย คือ ดี)
  • การเพิ่มขึ้นอย่างมากของระบบการซื้อขายแบบตามแนวโน้ม (Trend-Following) เป็นสาเหตุทำให้เกิดสัญญาณหลอกบ่อยขึ้น
  • ต้องมีจุดออกก่อนที่จะเข้าไปเปิดสถานะเสมอ
  • ผมมักจะวางจุดตัดขาดทุนไว้ในจุดที่เกินกว่าแนวรับหรือแนวต้านทางเทคนิคเสมอ
  • ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลาดเวลา ผมไม่เชื่อว่าพวกระบบคอมพิวเตอร์จะทำได้ดีกว่า เทรดเดอร์เก่งๆ
  • ที่ไม่เทรดตัวเงินตัวเอง 100% ก็เพราะการบริการเงินทุนให้คนอื่นเหมือนกับซื้อ Call option
  • หากการขาดทุนเป็นผลมาจากการเทรดที่สมเหตุสมผลจะไม่กังวล ยกเว้นมันจากการบริหารการเงินที่แย่ จะทำให้กังวล
  • ผมชอบ มาร์ตี้ ซวีจ (Marty Schwartz) กูรูในตลาดหุ้น (ผู้เขียนหนังสือ : Pit Bull ตามติดชีวิตโคตรแชมป์เดย์เทรด สั่งซื้อหนังสือ คลิ๊ก)
  • จัดการความเสี่ยง : ผมพยายามอย่างมากที่จะเสี่ยงไม่เกิน 1%
  • จัดการความเสี่ยง : ดู correlation ของการเทรด ว่าสินค้าที่เทรดในพอร์ตต้องไม่วิ่งตามกัน
  • Forex : การเทรดพวก Currency Cross Pair จะให้โอกาสที่ดีกว่าการเทรดพวกค่าเงินทั่วไป เพราะ ยิ่งเป็นที่สังเกตน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งเทรดได้ดีขึ้นเท่านั้น
  • พฤติกรรมตลาดหุ้น : ในระยะสั้นจะเคลื่อนไหวสวนแนวโน้มหลักได้บ่อยกว่า
  • พฤติกรรมตลาดโภคภัณฑ์ : มีความเป็น Trend สูง เนื่องด้วยการขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์และอุปทานของสินค้าจริง
  • ถ้าคุณไม่ทำงานอย่างหนัก มันจะมีโอกาสน้อยอย่างยิ่งที่จะทำให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ดีได้
  • แนะนำมือใหม่ : เทรดให้น้อยเข้าไว้
  • แนะนำมือใหม่ : คิดว่าจะเทรดเท่าไหร่ ให้ลดลงมาอีกครึ่งนึง (ตามหลักความเสี่ยงให้อยู่ที่ 1-2%)
  • แนะนำมือใหม่ : อย่ามองตลาดเป็นเรื่องส่วนตัว ตลาดไม่เกี่ยวกับเรา อย่าหวัง หรือ อย่าคิดว่าตลาดแกล้ง
  • เทรดเดอร์ควรจะยึดมั่นกับแผนการเทรด และหลีกเลี่ยงการเทรดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
  • ลักษณะเทรดเดอร์ที่ดี คือ เข็มแข็ง เป็นตัวของตัวเอง กล้าคิดต่าง ต้องมีวินัย และความเต็มใจยอมรับความผิดพลาดให้ได้

เพิ่มเติมเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง