Zigzag Indicator คือ เครื่องมือที่ไว้ “ช่วย” ดูทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา สามารถกรองพวกการเคลื่อนไหวที่ไม่มีนัยสำคัญออกไป ให้เราดูภาพรวมได้ดีขึ้น

โดยปกติค่า Zigzag จะตั้งไว้ที่ 10 นั่นแปลว่า Zigzag จะไม่คำนึงถึงทิศทางการของเคลื่อนไหวของราคาที่เปลี่ยนแปลงต่ำกว่า 10% จะดูเฉพาะช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวเปลียนแปลงมากกว่า 10% ถึงจะแสดงถึงผล

โดยทำให้เทรดเดอร์สามารถดูภาพรวมของทิศทางของราคาในภาพรวมได้ชัดเจนมากขึ้น 

อย่างไรก็ดี Zigzag ไม่สามารถที่จะนำมาคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต เนื่องจาก Zigzag เป็น Indicator ที่เป็นลักษณะ “Repaint” คือ สามารถ Plot ใหม่ได้ ในกรณีราคาเปลี่ยนแปลงไปในระหว่างการคำนวณ 

ดังนั้นการใช้เครื่องมือ Zigzag ควรใช้เป็นเพียงการช่วยประกอบการวิเคราะห์ (ให้ดูง่ายขึ้น) อย่างเช่น นับ Wave, ดู Price pattern เป็นต้น 

SET Zigzag

การคำนวณ

  1. กำหนดค่า % การเปลี่ยนแปลงราคา
  2. ดูช่วง Swing High และ Swing Low (ถ้าเป็นกราฟแท่งเทียนจะดูระดับ High และ Low , ถ้าเป็นกราฟเส้น จะดูระดับ Close)
  3. หากช่วง Swing High/Swing Low มี % การเปลี่ยนแปลงมากกว่าที่กำหนดไว้ตอนแรก จะทำการลากเส้น Zigzag
  4. แต่หากช่วง Swing High/Swing Low มี % การเปลี่ยแปลงน้อยกว่าที่กำหนด จะไม่สนใจ

ยกตัวอย่างเช่น เราตั้งค่า Zigzag อยู่ที่ 10 โดยจะกรองการเคลื่อนไหวของราคาที่ต่ำกว่า 10% ออกไป จะสนใจเฉพาะการเคลื่อนไหวที่สูงกว่า 10% เท่านั้น 

เช่นถ้า หุ้นเคลื่อนไหวจาก Low ที่ 100 ไปสู High ที่ 109 (เปลี่ยนแปลง 9%) เส้น Zigzag ยังไม่ถูกลาก เนื่องจากต่ำกว่า 10% 

แต่ถ้า หุ้นเคลื่อนไหวจาก Low ที่ 100 ไปสู่ High ที่ 110 (เปลี่ยนแปลง 10%) เส้น Zigzag จะเริ่มถูกลากจาก 100 ไปสู่ 110 บาท

และถ้าหุ้นเคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นไปไปสู่ระดับ 112 (จาก 110 ไปสู่ 112) เส้น Zigzag ก็จะลากต่อไปที่ 112 บาท

จากนั้น Zigzag จะไม่กลับตัว จนกว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงถึงระดับ 10% หรือมากกว่า

bem zigzag

ประโยชน์ของการใช้ Zigzag

  • ดูแนวโน้มโดยรวมของราคา
  • ช่วยในการนับคลื่น สำหรับ Elliott Wave
  • ใช้ประกอบกับ Fibonacci Retracement
  • ประกอบกับพวก Indicator เช่นในการดู Overbought/Oversold 

ข้อเสียของ Zigzag

เป็นอะไรที่หลายคนนำไปใช้กันผิด คือ เอา Zigzag ไปเป็นสัญญาณ Buy/Sell ซึ่ง Zigzag อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเป็น Indicator ที่มีลักษณะ Repaint โดย Zigzag ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้ถาวร สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ในกรณีที่ราคาเกิดการเปลี่ยนทิศทาง เป็น Lagging Indicator 

ดังนั้นในการใช้ Zigzag ควรใช้เป็นเครื่องมือที่ไว้เสริมประสิทธิภาพมากกว่า ไว้ยืนยันทิศทางของแนวโน้ม แล้วใช้เครื่องมืออื่นในการหาจุดเข้าออกแทน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง