ทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง

สรุปหนังสือ ทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง

บางเรื่องก็ต้องรอจังหวะและเวลาที่เหมาะสมจริง ๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ ความหวัง ไม่ว่ากับเรื่องอะไร ความฝัน ความรัก สิ่งต่าง ๆ ที่คาดหวังและเฝ้ารอ ให้มีความหวังและเชื่อมั่นในตัวเองอยู่เสมอ พออายุมากขึ้นจะเห็นความแตกต่างของชีวิตมากขึ้น แต่พอมองย้อนมาที่ตัวเองกลับสังเกต และหลีกเลี่ยงที่จะเปรียบเทียบกับคนอื่นไม่ได้ จริง ๆ ไม่ผิดเลยที่จะมีความรู้สึกแบบนั้น แต่จงเชื่อว่าทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ต้องสำเร็จเร็วเหมือนใคร

ไม่เป็นไรถ้าวันนี้ยังเดินไปในเส้นทางความฝันไม่ถึงไหน แต่ตอนนี้ยังมีความสุขดี ก็ไม่ต้องรีบก็ได้ เติบโตไปตามจังหวะชีวิตของตัวเอง เดินทางไปในเส้นทางที่เรียกว่าชีวิต ด้วยความเร็วที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร เวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนมาไม่พร้อมกัน ต่างคนก็ต่างมีเวลาของตัวเอง มีเส้นทางของตัวเอง มีความเร็วของตัวเอง แต่พอถึงเวลา มันก็เจิดจ้าและสว่างไม่ต่างกันไม่ใช่หรือ

PART 1 จังหวะที่เหมาะสมของความสำเร็จ ของความฝัน และการเติบโต

จงมีความหวังและก้าวเดินต่อไป ไม่ว่าระหว่างทางจะต้องล้มเหลวอีกสักกี่ครั้ง จงให้โอกาสตัวเอง โอบกอดตัวเอง แล้วบอกตัวเองให้พยายามใหม่ ตราบใดที่ต้องฝืนแต่ไม่ได้ฝืนมากจนเกินไป ปลายทางที่สวยงามนั้นไม่อาจเดินไปได้ด้วยเส้นทางที่ราบเรียบเสมอไป ถ้าสิ่งนั้นมันยังมีความหมายอยู่ ก็จงมีความหวังและก้าวเดินต่อไป

เก่งมากแล้ว คือคำพูดที่ควรพูดกับตัวเองบ้าง อยากให้ถามหัวใจตัวเองบ่อย ๆ ว่าไหวจริง ๆ ใช่ไหม แล้วที่สำคัญอย่าลืมบอกตัวเองบ่อย ๆ ว่า เก่งมากแล้ว ไม่ต้องกดดันตัวเองขนาดนั้นก็ได้ ใช้ชีวิตในแบบที่มีความสุข จะทำให้งานยาก ๆ เรื่องยาก ๆ ในชีวิตง่ายลงได้

อย่าแบกรับความคาดหวังของใคร น่าแปลกที่หลายครั้งสิ่งที่พยายามอยู่ สิ่งที่ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ก็เพื่อตอบสนองความคาดหวังของคนอื่น สิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่การทำเพื่อความฝันของตัวเองเลย บางครั้งยังเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยากทำด้วยซ้ำ ทำในสิ่งที่อยากทำจริง ๆ อย่าแบกรับความคาดหวังของคนอื่น ใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็นและมีความสุขดีกว่า คนที่จะอยู่ด้วยไปตลอดคือตัวเอง และคนที่ควรแบกรับความฝันมากที่สุดก็คือตัวเองเช่นกัน

ไม่ต้องเก็บสิ่งที่ชอบไว้ทำทีหลังสุดก็ได้ หลายครั้งที่เก็บสิ่งที่ชอบที่สุดไว้ทำตอนสุดท้าย จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่การเก็บสิ่งที่ชอบไว้ทำหลังสุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีและไม่ได้เหมาะกับทุกเรื่องทุกสถานการณ์เสมอไป ไม่ต้องรอให้ประสบความสำเร็จก่อนถึงจะอนุญาตให้ตัวเองมีความสุข มีความสุขในระหว่างทางที่เดินไปก็ได้ อย่าเผลอละเลยความสุขระหว่างทาง และไม่จำเป็นต้องเก็บสิ่งที่ทำให้มีความสุขไว้ตอนสุดท้ายเสมอไป

ทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง พออายุมากขึ้นก็ยิ่งเห็นการเดินทาง ความเปลี่ยนแปลง และการเติบโตของคนวัยใกล้ ๆ กัน ชีวิตของทุกคนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง อาจคิดว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันเติบโตมาด้วยกัน ก็น่าจะมีชีวิตคล้ายกัน หรืออย่างน้อยก็ไม่น่าแตกต่างกันมาก แต่ชีวิตจริงไม่ใช่แบบนั้น แต่ละคนมีปัจจัยในการใช้ชีวิต โอกาส และพื้นฐานชีวิตที่ไม่เท่ากัน ประสบการณ์ชีวิตที่ต่างกัน การได้พบเจอผู้คนที่ต่างกัน การตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่างที่ผ่านมาในชีวิต ล้วนทำให้เส้นทางชีวิตของแต่ละคนต่างกัน

นิยามความสำเร็จของทุกคนไม่เหมือนกัน การใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและเข้าใจตัวเอง ก็ถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิตเหมือนกัน ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าต้องสำเร็จ ในแบบเดียวกับที่คนอื่นนิยามว่านั่นคือความสำเร็จก็ได้ ในยุคที่ทุกอย่างเร็วไปหมด เหมือนโลกนี้หล่อหลอมให้ทุกอย่างต้องรวดเร็ว ทั้งการใช้ชีวิตและการทำตามความฝัน จงเชื่อในเวลาของทุกสิ่ง ทุกอย่างมีเวลาของมันที่ไม่อาจเร่งได้ การเติบโตของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะสิ่งไหนก็ล้วนมีเวลาของตัวเอง การปล่อยทุกอย่างให้เติบโต และเป็นไปโดยธรรมชาติ ปราศจากการเร่งหรือฝืนจนเกินพอดีนั้นงดงาม และมีคุณค่าเสมอ

มนุษย์ไร้ความฝัน ภาระและหน้าที่ในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ที่ต้องตั้งใจเรียนหนังสือ พอโตขึ้นมาก็ต้องทำงานเลี้ยงดูตัวเอง ดูแลคนอื่น จึงโตมาในแบบที่มีโอกาสไม่มาก ที่จะได้พบเจอสิ่งที่ตัวเองรักจริง ๆ และรักมากพอที่จะเรียกสิ่งนั้นว่าความฝันได้ หลาย ๆ คนก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่า ความฝันคืออะไร ถ้ายังมีโอกาสก็ลองค้นหาตัวเอง ลองทำอะไรใหม่ ๆ ลองผิดลองถูกเยอะ ๆ อย่าเติบโตโดยไม่รู้ความต้องการของชีวิต ความฝันที่สร้างคุณค่าและความหมายให้กับชีวิต บางครั้งอาจอยู่ไม่ไกลและทำให้เป็นจริงได้ไม่ยาก เพียงแค่คนส่วนใหญ่อาจไม่มีโอกาสได้ค้นหาความฝันของตัวเอง หรือไม่ก็อาจจะยังหาความฝันที่ยิ่งใหญ่ไม่เจอ เพราะเผลอมองข้ามความฝันที่เรียบง่าย และทำให้เป็นจริงได้ไม่ยากไป

การตัดสินใจหนักแน่นเพียงครั้งเดียวในตอนแรก อาจมีพลังไม่เท่าการตัดสินใจเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ เป็นร้อยเป็นพันครั้งตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรในชีวิต ที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะทำให้ได้สังเกตไหม สิ่งเหล่านั้นกลับแทบไม่ได้เข้าใกล้ความจริงเท่าไหร่เลย สิ่งที่น่าแปลกคือสิ่งเหล่านี้เป็นเป้าหมายในชีวิต ที่ทำให้เป็นจริงยากที่สุด ความแตกต่างของคนที่ทำสำเร็จและไม่สำเร็จนั้นคือ การตัดสินใจ

คนที่ทำไม่สำเร็จคือ คนที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่จริงจังเพียงไม่กี่ครั้งในตอนแรก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อความยากลำบากในระหว่างทาง ในขณะที่คนที่ทำสำเร็จอาจไม่ใช่คนที่ตัดสินใจแน่วแน่ในตอนแรก แต่คือคนที่ตัดสินใจเข้าใกล้เป้าหมายซ้ำ ๆ ในทุกการกระทำเล็ก ๆ และเอาชนะตัวเองซ้ำ ๆ ได้ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้งตลอดเส้นทาง พลังของการเอาชนะตัวเองซ้ำ ๆ พลังของการตัดสินใจเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทางในทุกย่างก้าว ล้วนเต็มไปด้วยการตัดสินใจเล็ก ๆ ระหว่างทาง ให้ไปต่อ พาเข้าเส้นชัยได้ในที่สุด เป้าหมายหลายอย่างในชีวิตคือ การเดินทางไกล หากระหว่างทางหาเหตุผลของการไปต่อไม่ได้ และตัดสินใจไม่เคลื่อนไปยังจุดหมาย จะไม่มีทางเข้าใกล้สิ่งที่ปรารถนาได้เลย

อย่าเลือกเส้นทางที่ทำให้มีความสุขตอนนี้ แต่ต้องพบกับความทุกข์ในภายหลัง จงเลือกเส้นทางที่ทำให้ตัวเองในอนาคตไม่มีวันเสียใจ ในการออกจากพื้นที่ปลอดภัย และหลายครั้งจะพบว่า เป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า อย่าให้ความทุกข์หรืออุปสรรคที่มาพร้อมกับการทำสิ่งที่รัก มาทำให้สับสนและยอมแพ้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่รักแค่ไหน ขอให้เข้าใจว่ามีทั้งความสุข และความทุกข์อยู่ในนั้นด้วยเสมอ

ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุด ถ้าวันหนึ่งผลที่ออกมาคือ ทำผิดพลาด ทุกอย่างไม่สำเร็จตามที่ต้องการ อาจรู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นไร้ความหมาย และเสียใจกับความล้มเหลวนั้น แต่จะไม่มีอะไรให้ต้องเสียดาย เพราะได้พยายามทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว และต่อให้มีโอกาสย้อนเวลากลับไปได้กี่ครั้ง นั่นก็คือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว เคยได้ยินคำพูดที่บอกว่างานของเรา หากเราไม่ได้ทำก็อาจหาคนอื่นมาทำแทนได้ แต่หากเราไม่ได้ให้เวลา หรือไม่ได้ใส่ใจคนข้าง ๆ สิ่งนั้นไม่มีใครทำแทนเราได้ ไม่ว่าจะเป็นคนรักหรือครอบครัว วันหนึ่งที่ไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจ เมื่อมองไปข้างกายอีกครั้ง เขาอาจไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ความสำเร็จที่ต้องฉลองเพียงลำพัง อาจมีความสุขไม่เท่ากัน ขยับเข้าใกล้จุดหมาย พร้อมกับการดูแลใส่ใจคนข้าง ๆ อย่างไม่ขาดตกบกพร่องก็ได้

ถ้ามีโอกาสได้เลือกอีกครั้งในชีวิต อาจมีหลายครั้งที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ หนึ่งในสถานการณ์ที่มักเจอกันคือ การต้องเลือกระหว่างทำตามความฝัน หรือเส้นทางการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทว่าสุดท้ายแล้วไม่มีทางเลือกไหนที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกแบบไหน ยอมรับผลของสิ่งที่ตัวเองเลือกให้ได้ก็พอ ถ้ายังอายุไม่เยอะล้มไปก็ไม่เจ็บมาก ถ้ายังอายุไม่เยอะถ้าลองแล้วผิดพลาดก็ไม่เจ็บเท่าไหร่

พอยิ่งอายุมากขึ้น จะมีความทะเยอทะยานน้อยลง จะคิดแบบรัดกุมและรอบคอบมากขึ้น จะเลือกทางเลือกที่เรียบง่ายและมั่นคงมากขึ้น จะหลีกเลี่ยงความหวือหวาและท้าทาย การโตเป็นผู้ใหญ่โดยไม่เคยล้มมาก่อน ไม่เคยพบกับความล้มเหลวผิดหวัง อาจทำให้ภูมิต้านทานของความเสียใจน้อยลง ถ้ายังมีโอกาสอยากทำอะไรทำเลย ถ้ายังไหวอยากลองอะไรลองเลย หกล้มตอนเด็ก ๆ อาจไม่เจ็บเท่าตอนโต ความเจ็บและความเสียใจอาจอยู่แค่ชั่วคราว แต่บทเรียน ประสบการณ์จะคงอยู่ และกลายเป็นความทรงจำ และเรื่องเล่าดี ๆ ไปอีกนาน

อย่ามุ่งมั่นกับเป้าหมายมากเกินไป เวลาที่จดจ่อกับอะไรมากจนลืมมองไปรอบตัว อาจทำให้พลาดบางสิ่งที่สำคัญไป บางครั้งโอกาสมักผ่านเข้ามาตอนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว หรือมาในตอนที่กำลังมุ่งมั่นกับอย่างอื่นอยู่ หลายครั้งโอกาสเข้ามาและผ่านไป ถ้าเลือกที่จะไม่สนใจ มันก็จะผ่านไปง่าย ๆ และอาจไม่มีวันกลับมาอีก แต่ถ้าหากเลือกที่จะคว้ามันไว้ บางทีโอกาสเหล่านั้นอาจกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และหลายครั้งก็ได้เปลี่ยนชีวิตตลอดไป ถ้าหากจุดหมายหนักแน่นเกินไป มันจะบังโอกาสที่ผ่านมาอย่างแผ่วเบา หลายสิ่งดี ๆ ในชีวิตหวนเกิดจากการคว้าโอกาสเล็ก ๆ ที่ผ่านเข้ามาทั้งนั้น โดยที่ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะนำมาซึ่งจุดเปลี่ยนในชีวิตเลยด้วยซ้ำ

PART 2 จังหวะที่เหมาะสมของความเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

ไม่ได้เกิดมาเพื่อความสุขเท่านั้น ถ้าละครหรือหนังเรื่องหนึ่งมีแต่ความราบรื่น ไม่มีอุปสรรคใด ๆ มีแต่ความสุขทั้งเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ก็อาจไม่น่าติดตามสักเท่าไหร่ ถึงจะโหยหาความสุขและปฏิเสธความทุกข์แค่ไหน ก็ไม่มีใครที่หลีกหนีได้ ก็จะต้องพบกับความทุกข์สักวันอยู่ดี ทุกความรู้สึกที่ผ่านเข้ามา ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทั้งนั้น หากได้เจอความทุกข์ ความผิดหวัง ความเสียใจบ้าง ก็จะรู้คุณค่าของความสุขมากขึ้น จะเติบโตและได้บทเรียนดี ๆ จากความทุกข์ จะรู้คุณค่าของชีวิต  และเข้าใจความหมายของความสุขมากขึ้น เหตุผลที่ความสุขที่ปลายทาง ซึ่งรวมทุกความรู้สึกตลอดการเดินทางเอาไว้ มีความสง่างามและมีคุณค่า ก็เพราะมันผ่านความเจ็บปวดมานับครั้งไม่ถ้วนนี่แหละ

วันหนึ่งเราจะกลายเป็นตัวร้ายในบทละครชีวิตของใครคนหนึ่ง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามไม่มีประโยชน์ที่ต้องทำดีกับทุกคนจนโดนเอาเปรียบ ไม่มีประโยชน์ที่ต้องยอมฝ่ายเดียวจนต้องโดนรังแก ใช้ชีวิตในแบบที่คิดว่าเหมาะสม ในแบบที่ไม่ไปทำร้ายใคร และอย่ายอมให้ใครมาทำร้าย ส่วนเรื่องที่คนอื่นจะคิดอย่างไรนั่นก็อยู่ที่เขา จะเปลี่ยนอะไรได้ไม่มากหรอก อ่อนแอบ้างก็ได้ ในวันที่บอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร ในวันที่ต้องฝืนยิ้มออกไปทั้ง ๆ ที่ข้างในแตกสลายอย่างเข้มแข็งให้ได้ทุกครั้ง แต่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน หลายครั้งจึงยอมรับและรู้ว่าตัวเองอ่อนแอ ช่วงเวลานั้นกลับสอนให้เรียนรู้วิธีกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง การปกปิดหรือซ่อนความอ่อนแอไว้ตลอดเวลา เป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าการยอมรับและร้องไห้ออกมาบ้าง อย่าลืมว่ายังเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีสิทธิที่จะอ่อนแอ และไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา การอนุญาตให้ตัวเองได้อ่อนแอบ้าง อาจเป็นความใจดีที่สุดอย่างหนึ่ง ที่มอบให้กับหัวใจตัวเองก็ได้

การอยู่กับอะไรเดิม ๆ ไม่ได้แย่เสมอไป เคยรู้สึกเหมือนเป็นนกที่หลงรักความอิสระ โบยบินอยู่บนฟ้าที่กว้างใหญ่ หลงใหลในความไม่ผูกพัน หลงรักความคล่องตัว พอเริ่มเติบโตยิ่งค้นพบว่า การโบยบินอย่างอิสระให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป อิสระที่เคยหลงรักกลับสู้ความสบายใจ ในสถานที่และผู้คนที่คุ้นเคยไม่ได้เสียแล้ว คนเรามักจะพยายามลองรองเท้าคู่ที่สวยงาม โดยเผลอมองข้ามรองเท้าคู่ที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ว่ารองเท้าคู่นั้นจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าใส่ไม่สบาย ใส่แล้วเจ็บ ก็คงไม่อยากใส่ ในทางกลับกันรองเท้าคู่ที่พอดี ใส่สบาย แม้จะไม่ได้สวยงาม ไม่ดึงดูดสายตาใคร ๆ กลับอยากหยิบมาใส่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะกับเรื่องอะไร ความลงตัวและพอดีกับตัวเองนั้นคือสิ่งสำคัญ แม้สิ่งนั้นอาจไม่ได้ดูสวยงามเลิศเลอในสายตาของคนรอบข้างก็ตาม

ถ้าความเป็นตัวเองทำให้เข้ากับใครไม่ได้ ก็เปลี่ยนตัวเองเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นดีกว่า ไม่ผิดหรอกถ้าจะเป็นตัวของตัวเอง แต่ถ้าการเป็นตัวเองนั้นทำร้ายคนอื่น ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องเจ็บปวด นั่นยังถือว่าเป็นการเป็นตัวเองที่โอเคจริง ๆ หรือ ยังเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นได้เสมอ แต่ต้องเริ่มต้นจากการที่ต้องรู้ก่อนว่า ต้องปรับปรุงตรงไหนบ้าง

อะไรที่แย่ก็ยังเป็นสิ่งที่แย่ เพียงแต่สิ่งนั้นจะผ่านไปในสักวัน ไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายแค่ไหน หากพยายามหาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมีข้อดีอะไรบ้าง อะไรหลาย ๆ อย่างที่แย่ ก็อาจแย่จนไม่มีอะไรดี ๆ ซ่อนอยู่เลย แต่สิ่งหนึ่งคือเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น จะมีบทเรียนให้ได้เรียนรู้เสมอ สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ มันจะผ่านไปไม่ว่าทุกข์หรือสุขเพียงใด วันหนึ่งความรู้สึกนั้นจะผ่านพ้นไปเหลือแต่ความทรงจำ ความทุกข์ ความเศร้า ความสุข เสียงหัวเราะคือสิ่งที่ผ่านมาและจะผ่านไป มันเป็นเพียงบทหนึ่งของชีวิต สุขแค่ไหนก็จดจำไว้เป็นเรื่องราวที่สวยงาม ทุกข์เท่าไหร่ก็เรียนรู้จากบทเรียนนั้น ปล่อยทุกความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาให้ผ่านไป ทุกบทเรียนและความทรงจำที่ทุกความรู้สึกมอบให้ จะอยู่ไปอีกนานแสนนาน

บางอย่างเปลี่ยนแปลงไม่ได้ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม ที่ผ่านมาก็พยายามเต็มที่แล้ว หาหนทาง หาวิธีการ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว ถ้าสิ่งที่เจอเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนืออำนาจการควบคุม เป็นสิ่งที่พยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางเป็นจริงได้อยู่แล้ว หนทางที่ทำให้มีความทุกข์น้อยลงกับเรื่องที่ผิดหวังซ้ำ ๆ กับเรื่องที่พยายามแล้วไม่เป็นผล นั่นคือการยอมรับความจริง แม้การทำใจให้ยอมรับความจริงจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่การไม่ยอมรับความจริงต่อไป จะทำให้อยู่กับความจริงไม่ได้ และไม่มีวันดีขึ้นหรือทุกข์น้อยลงได้เลย

สิ่งที่สำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ หลายคนอยากเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งด้านการใช้ชีวิต การทำงาน และลักษณะนิสัย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบคือ การได้เป็นตัวเองอย่างมีความสุข ถ้าความสมบูรณ์แบบทำให้ต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ที่เป็นตัวตนจริง ๆ เพื่อให้เข้าใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้ออกห่างจากตัวตนไปด้วย เป็นตัวเองแบบนี้ก็ไม่แย่หรอก ไม่ต้องสมบูรณ์แบบทุกอย่างก็ได้ ยอมรับในสิ่งที่แก้ไม่ได้ ยิ้มให้กับสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น หรืออะไรก็ตามที่ไม่สมบูรณ์แบบ จงยอมรับสิ่งเหล่านั้นให้ได้ นั่นคือสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่จะมอบให้กับตัวเองได้

ถ้าค้นพบแล้วว่า ระหว่างทางที่ผ่านมาทำให้ไม่เป็นตัวเอง ไม่มีความสุข ก็อย่าเสียใจที่จะต้องล้มเลิกและยอมแพ้เลย อย่ายอมเสียเวลากับสิ่งเหล่านั้นอีกเลย เชื่อเถอะว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตล้วนเป็นเรื่องที่ดีและมีความหมายเสมอ เรื่องดี ๆ จะเป็นกำลังใจและเป็นแรงผลักดันให้มีพลังในการเดินหน้าต่อไป ส่วนเรื่องราวร้าย ๆ จะเป็นบทเรียนสำคัญ ความเจ็บปวดนั้นจะทำให้เติบโตในแบบที่หากเจอแต่เรื่องดี ๆ อาจไม่ได้มีทางเติบโตแบบนี้ ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร แม้จะจบลงอย่างไม่สวยงาม แต่ก็จะขอบคุณตัวเองที่ได้พยายามเต็มที่แล้ว อาจเสียใจ แต่จะไม่มีวันเสียดายในสิ่งที่พยายามอย่างเต็มที่แล้ว

บางอย่างที่รู้อีกทีก็หมดอายุ ที่เป็นแบบนี้อาจเพราะไม่ใส่ใจ แม้การใส่ใจอาจไม่ได้ทำให้มันไม่หมดอายุลง แต่ใช้สิ่งนั้นเพื่อสร้างความทรงจำ หรือใช้ประโยชน์จากมันก่อนจะหมดเวลาได้

ในชีวิตจะมีอยู่จุดหนึ่งที่ทำให้เข้าใจและคิดได้ อาจเป็นช่วงที่กำลังร้องไห้หนัก ๆ ถึงทำให้รู้ว่าการรักตัวเองนั้นสำคัญแค่ไหน อาจเป็นช่วงที่กำลังอ่อนแอสุด ๆ ถึงทำให้รู้วิธีการที่จะเข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง อาจเป็นตอนที่พ่ายแพ้หมดกำลังใจ ถึงทำให้รู้ว่ายังมีใครอยู่ข้าง ๆ เสมอ การที่พบกับความทุกข์ พ่ายแพ้ และไร้หนทาง อาจเป็นจุดที่ได้เรียนรู้ เข้าใจตัวเอง และหาหนทางรักตัวเองได้อีกครั้ง การใช้ชีวิตแบบมีความสุขและรู้คุณค่า การได้ดูแลใส่ใจคนรอบข้างไปด้วย โดยไม่ทิ้งใครไประหว่างทางพร้อม ๆ กับการได้ทำตามความฝัน เพราะความสุขของชีวิตและการมีสมดุลในชีวิต นับว่าเป็นความสำเร็จได้เช่นกัน

เรื่องราวเจ็บปวดในอดีตล้วนมีคุณค่า และทำให้เติบโตในทางใดทางหนึ่ง ควรทำให้มันเป็นความทรงจำและบทเรียน เพื่อสร้างปัจจุบันและอนาคตที่ดีขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบคือ การโอบกอดความผิดพลาดของตัวเอง ยอมรับในข้อผิดพลาดของตัวเองได้อย่างสุดหัวใจ เข้าใจ เรียนรู้ และพยายามแก้ไขมันแบบที่ทำไหว ได้เป็นตัวเองอย่างมีความสุข และไม่เดือดร้อนใคร

เข้มแข็งไม่ได้แปลว่าไหว เข้มแข็งไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึก คนเข้มแข็งกับคนอ่อนแออาจเป็นคนเดียวกัน แต่ต่างกันที่สถานการณ์และสิ่งรอบข้างว่า สามารถอ่อนแอได้เต็มที่ หรือต้องทนฝืนเข้มแข็งแค่ไหน จะอ่อนแอหรือเข้มแข็ง ความเจ็บปวดที่ได้รับก็คือเท่ากัน ความรู้สึกที่ต้องเสียไปก็เท่ากัน แต่แสดงออกมาได้มากแค่ไหนนั่นคือสิ่งที่แตกต่าง เข้มแข็งไม่ได้แปลว่าดีกว่า และอ่อนแอไม่ได้แปลว่าแย่กว่าเสมอไป แค่ต้องเข้มแข็งและอ่อนแอให้ถูกเวลา เชื่อเถอะไม่มีใครเข้มแข็งได้ตลอด และไม่มีใครที่จะอ่อนแอตลอดไปได้เช่นกัน

ตอนที่ใครสักคนอ่อนแอ เขาไม่ได้ต้องการความสงสาร คนที่ร้องไห้ไม่ได้แปลว่าเขาต้องการใครสักคนข้าง ๆ เสมอไป เขาอาจจะแค่ต้องการเวลาในการทบทวนบางอย่าง ทุกคนควรจะอ่อนแอบ้างเป็นบางครั้ง การอ่อนแอบ้าง การยอมรับว่าไม่ไหวบ้าง จะทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น เมื่อไหร่ที่อ่อนแอได้ถึงจุดหนึ่ง จะได้คำตอบกับตัวเองและค่อย ๆ เข้มแข็งขึ้นมาได้ในรูปแบบที่เหมาะสมโลกจะคัดกรองคนที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต และพาคนที่ใช่เข้ามาในชีวิตเรื่อย ๆ

การกระทำ วิธีคิด และทัศนคติ จะพาไปสู่จุดที่เหมาะสมกับตัวเอง ที่ไหนที่รู้สึกว่าเป็นส่วนเกินที่นั่นไม่ใช่ที่ของคุณ ที่ไหนที่รู้สึกว่าไม่มีคุณค่าที่นั่นไม่ใช่ที่ของคุณ ที่ไหนที่รู้สึกว่าไม่มีความสุขที่นั่นไม่ใช่ที่ของคุณ ที่ไหนที่ไม่ใช่ที่ของคุณคือที่ที่คุณไม่ควรอยู่ ออกมาดีกว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้มีโอกาสได้อยู่กับครอบครัวที่ดี ครอบครัวอาจเป็นเซฟโซนของใครบางคน แต่หลาย ๆ ครอบครัวก็ไม่ได้เข้าใกล้คำนั้นเลย

การได้อยู่ในครอบครัวที่ดี การที่ผู้ใหญ่ในครอบครัวรักในแบบที่เราเป็น รักด้วยความจริงใจแบบไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ความรักที่เต็มไปด้วยการสนับสนุนและพร้อมช่วยเหลือ รักที่พร้อมจะดูแลเอาใจใส่ และให้กำลังใจยามผิดหวัง ครอบครัวที่ดีจะเป็นสถานที่ปลอดภัย ทำให้รู้สึกสบายใจแม้ในแต่ละวันจะเหนื่อยแค่ไหน ทำให้อยากสู้ต่อไปเพื่อตัวเองและเพื่อพวกเขา ไม่ใช่ทุกคนจะได้อยู่ในครอบครัวที่ดี ไม่ใช่ทุกคนที่จะสร้างครอบครัวที่ดีได้

ถ้าเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นแบบที่อยากได้ ก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะล้มเหลวหรือแย่กว่าใครเช่นกัน ทุกคนมีต้นทุนชีวิตและโชคชะตาที่แตกต่างกัน เรียนรู้ ยอมรับ และอยู่กับมันให้ได้ก็พอ การได้กำลังใจจากใครสักคนที่ให้โอกาสเติบโตไปช้า ๆ ในแบบของเรา การได้กำลังใจแบบนั้นเป็นเหมือนปุ๋ย แสงแดด และการรดน้ำอย่างใส่ใจ ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตอย่างมีคุณค่าแบบสบายใจและงดงาม ชีวิตของทุกคนล้วนต้องค้นหาพื้นที่ และผู้คนที่เหมาะสม

บางสถานที่อยู่แล้วไม่มีความสุข ผู้คนบางกลุ่มอยู่ด้วยแล้วไม่มีตัวตน จุดที่อยู่บางครั้งทำให้รู้สึกไม่มีคุณค่า การรู้สึกแบบนั้นบ่อย ๆ อาจยืนยันได้ว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของเรา สถานที่ที่เหมาะสมกว่า ผู้คนที่เหมาะสมกว่า รออยู่ที่ใดที่หนึ่งแน่นอนแต่ไม่ใช่ที่นี่ อย่าลังเลที่จะเดินออกมา อย่าเสียใจที่ต้องออกจากจุดที่ไม่ใช่ การตัดสินใจเดินออกจากผู้คนที่ไม่เห็นคุณค่าคือ การตัดสินใจที่มีค่าเสมอถ้ารักตัวเอง

PART 3 จังหวะที่เหมาะสมของความรัก

ความสามารถในการตกหลุมรัก ตอนที่ยังเด็กจำได้ดีว่าอ่อนไหวง่าย เจอใครทำดีด้วย เจอใครน่ารัก เจอใครถูกใจก็หวั่นไหว และมีใจให้เขาอย่างง่ายดาย แต่นั่นก็ทำให้ต้องพบกับความผิดหวังอยู่บ่อย ๆ และเรียนรู้ถึงความเจ็บปวดซ้ำ ๆ พอโตขึ้นหนักแน่นขึ้นไม่หวั่นไหวกับอะไรง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจอะไรก็รอบคอบกว่าแต่ก่อน ก่อนที่จะให้ใจใครไปก็ระวังและคิดมากขึ้นเสมอ จนทำให้เริ่มที่จะให้ใจกับใครยากขึ้น พอรู้ตัวอีกทีความสามารถในการตกหลุมรักก็ลดลงจนแทบไม่เหลือแล้ว อาจเป็นระบบป้องกันความผิดหวังที่หัวใจสร้างขึ้น พอเจ็บบ่อย ๆ ก็จะรักใครยากขึ้นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจปลอดภัยกับหัวใจ แต่ไร้ชีวิตชีวาเหลือเกิน

รักคนที่ทำให้อยากเป็นคนที่ดีขึ้น เคยมีบางครั้งไหมที่รู้สึกว่าไม่ดีพอสำหรับใครบางคน จนไม่กล้าเดินข้าง ๆ ไม่กล้าไปต่อด้วยกันด้วยความรู้สึกที่ไม่เท่าเทียมแต่ถ้ารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอแล้วยังอยากพยายามเป็นคนที่ดีขึ้นในทุก ๆ วันเพื่อเขา และเพื่อความสัมพันธ์ครั้งนี้ยิ่งโตขึ้น ยิ่งเข้าใจว่าการเลือกใครสักคนเข้ามาในชีวิตต้องพิจารณาหลายด้าน ทั้งความเข้ากันได้ นิสัยใจคอ การใช้ชีวิต และทัศนคติ รวมถึงความเข้าใจที่ว่า การรับคนที่ไม่ใช่เข้ามาแล้ว ต้องพาเขาออกไปจากชีวิตนั้นทำได้ยากเหลือเกิน

เลือกคนที่รักที่คุณเป็นคุณจริง ๆ ถ้าจะรักใครสักคนเข้ามาอีกครั้งจริง ๆ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่านิสัย วิธีคิด ทัศนะคติ และสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นสำคัญมาก เป็นปัจจัยที่บอกว่าจะไปด้วยกันได้ไหม หน้าตา รูปลักษณ์ภายนอก เป็นแค่สิ่งดึงดูด แต่ความสัมพันธ์จะมั่นคงยาวนาน และไปด้วยกันได้ไกลนิสัยและทัศนคติก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่าเลือกคนที่ยอมทุกอย่าง ไม่ว่าความผิดนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน นั่นจะทำให้ยิ่งทำตัวแย่ลง เอาแต่ใจและเข้ากับใครไม่ได้ จงเลือกคนที่กล้าจะเตือนในเรื่องแย่ ๆ ให้โอกาสอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเข้าใจ แต่ไม่เข้าข้างจนเกินไป และทำให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้นในแบบที่ควรจะเป็น

ก่อนจะรักใครดูให้ดีก่อนไม่ต้องรีบ คนที่ใช่จะไม่หายไปไหน แต่ก็อย่าปล่อยให้นานเกินไป จนเขาคนนั้นรอไม่ไหว ทุกอย่างมีเวลาที่เหมาะสมเสมอ หาคนที่เข้ากันได้ สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ได้เมื่อต้องการ หาคนที่ทำให้กล้าตอบกับตัวเองว่า การมีคนนั้นดีกว่าการต้องอยู่คนเดียว ชีวิตเป็นของเรา ถ้าอยู่คนเดียวก็มีความสุขดีแล้ว ก็อย่ากดดันตัวเองว่าต้องมีใครสักคน จนต้องรับใครที่ไม่ใช่ความสุขเข้ามาในชีวิตเลย

คนที่ใช่จะมาในเวลาที่เหมาะสม การทำตัวเองให้ดี พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ นั่นก็คือการทำอะไรดี ๆ เพื่อตัวเอง และความสัมพันธ์ในอนาคต แล้ววันใดที่เจอคนที่มอบความสุข จนทำให้ไม่รู้สึกลังเลที่จะรัก การกระทำของเขาจะทำให้รู้สึกมั่นใจว่า จะดูแลใส่ใจไม่หนีไปไหน ความคิดกับตัวเองที่ว่า เมื่อไหร่จะได้เจอกับความรักดี ๆ สักทีจะหายไปเพราะสิ่งที่กำลังได้รับ ก็เรียกได้อย่างเต็มปากว่าความรักดี ๆ

ระหว่างที่ความรักอยู่ใกล้ ๆ จงดูแลคนนั้นให้ดีที่สุด อย่าปล่อยให้คนข้าง ๆ เป็นของตาย อย่าปล่อยให้เป็นคนที่จะสนใจเมื่อไหร่ก็ได้ แม้จะอยู่ใกล้ก็ต้องการความใส่ใจ และเวลาจากคุณไม่แพ้กัน ต้องแบ่งเวลาให้เอาใจใส่ และวางแผนให้อยู่ในอนาคตของคุณเสมอ อะไรยอมกันได้ก็ยอมยอมกันหน่อย ที่สำคัญถ้ารักใครสักคนมากพอ จะซื่อสัตย์และมั่นคงกับเขาได้เอง

ยังคงเชื่อมั่นในรักที่ห่างไกลเหมือนเดิมอยู่ใช่ไหม ความห่างไกลไม่ใช่อุปสรรค แต่นั่นคือบททดสอบว่า คนสองคนจะซื่อตรงต่อกัน และเชื่อมั่นในตัวกันและกันแค่ไหน ความท้าทายของรักทางไกลอาจเป็นการรักษาสมดุลต่อกัน ไม่กดดันจนอึดอัด และไม่ได้ใช้หัวใจอย่างอิสระ จนไม่นึกถึงคนที่รัก สิ่งแวดล้อม และผู้คนแปลกใหม่ อาจทำให้หัวใจสั่นคลอน ไม่ใช่ว่าทุกคู่จะประคองรักระยะไกลให้อยู่รอดได้ และไม่ใช่ว่าจะไม่มีคู่ไหนที่ทำสำเร็จ

บางครั้งการให้พื้นที่ส่วนตัวกับคนรักมากไป อาจทำให้ไม่สบายใจ การรุกล้ำเรื่องส่วนตัวมากเกินไป ก็ทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจได้เช่นกัน ความพอดีคือสิ่งสำคัญ คนหนึ่งให้อิสระ อีกคนมีอะไรสำคัญก็ไม่ควรปิดบังกัน คนหนึ่งเชื่อใจ อีกคนต้องเห็นค่าความเชื่อใจนั้น ถ้าต่างคนต่างไว้ใจ เชื่อใจ และเปิดเผยไม่ปิดบัง ก็จะอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจทั้งคู่ คำว่าตลอดไปคงไม่มีวันเป็นของใคร เพราะคำว่าตลอดไปนั้นไม่มีอยู่จริง สุดท้ายความรักอาจสิ้นสุดลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นถ้าจะบอกรักใครสักคนอย่าบอกเขาว่าจะรักตลอดไป แต่ให้บอกว่าจะรักให้ดีที่สุดตามที่ยังมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน แค่นี้ก็มีความหมายมากแล้ว

ยังอยากไปด้วยกันต่อไหม ตอนที่ทั้งสองโกรธกัน ทะเลาะกัน ขึ้นเสียง โวยวาย ใส่อารมณ์กัน ทั้งที่จริง ๆ คนตรงหน้าคือคนที่จะรักษาความรู้สึก และจะดูแลให้ดีที่สุด ถ้าทั้งสองคนยังอยากไปด้วยกันต่อ การรักษาน้ำใจเป็นเรื่องสำคัญ ไม่พูดไม่ใช่ไม่รู้สึก ไม่บอกไม่ใช่ไม่มีอะไรอยู่ในใจ ต้องเอาใจใส่จึงจะมองเห็นหลาย ๆ สิ่งที่ปกปิดไว้ ภายใต้แววตาคู่นั้นมีหลายสิ่งกำลังรอค้นพบอยู่ ความใส่ใจและพยายามเข้าใจจึงสำคัญ เพราะหลาย ๆ ความรู้สึกยากที่จะอธิบาย

อย่าคิดว่าทุกครั้งที่น้อยใจปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายเอง อย่าคิดว่าทุกครั้งที่ทะเลาะกันเงียบไว้เดี๋ยวก็ลืมเอง อย่าหนีปัญหาด้วยการเงียบใส่กัน แล้วคิดว่าเวลาผ่านไปทุกอย่างจะดีขึ้น และอีกฝ่ายจะค่อย ๆ ลืมไปเอง ในวันที่ทุก ๆ อย่างสะสมจนถึงจุดหนึ่ง ทุก ๆ สิ่งที่เคยค้างอยู่ในใจจะระเบิดออกมาจนควบคุมไม่ได้ นั่นอาจเพราะมีปัญหาที่ทั้งสองคนยังไม่ได้ร่วมกันแก้ไข เวลามีปัญหาอะไรพยายามหาเวลาคุยกัน เคลียร์กันให้เข้าใจ ไม่ใช่ปล่อยผ่าน ๆ ไป เพราะวันหนึ่งทุกอย่างจะเกินแก้ไข

ไม่ผิดหรอกถ้าจะเลือกสิ่งที่ดีกว่า แต่ถ้าวันไหนที่เจอคนที่ดีกว่า และดูแล้วน่าจะไปด้วยกันได้ดีกว่า อาจจะลังเลและอยากปล่อยมือคนที่คบกันอยู่ การรักเดียวใจเดียวควรเป็นคุณสมบัติธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่ความพิเศษที่หาได้ยาก ควรเป็นเรื่องที่ต้องมีอยู่แล้ว ไม่ใช่ต้องร้องขอ ควรเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนควรได้รับ ไม่ใช่ความโชคดี ที่ได้เจอคนรักจริงรักเดียวใจเดียว คือข้อตกลงพื้นฐานก่อนการรักใครสักคนอยู่แล้ว

ไม่มีคนรักคู่ไหนที่ไม่ทะเลาะกัน ต่อให้รักแค่ไหนก็ทะเลาะกันได้ เพราะอาจมีเรื่องที่ไม่เข้าใจ หรือความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกันได้แต่ต้องสัญญาว่าจะดูที่เจตนา และรับฟังกันและกัน ไม่เข้าใจกันได้แต่ต้องสัญญาว่าจะดูที่เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์มาบดบังขัด แย้งกันได้แต่ต้องสัญญาว่าต้องจบลงด้วยความเข้าใจกัน และไม่มีอะไรค้างคา

รักแบบผู้ใหญ่ ความรักแบบผู้ใหญ่นั้นคงเป็นรักที่ให้อิสระกัน แต่ต้องเชื่อใจกันมากพอ รักที่ต้องให้เวลากัน แต่บางครั้งไม่ว่างก็ต้องเข้าใจ รักที่รู้ว่าต่างคนต่างมีหน้าที่ เรียกร้องเกินพอดีไม่ได้ รักที่ขอความช่วยเหลือได้ แต่ต้องดูแลตัวเองให้ได้ด้วย เป็นความรักที่เน้นการสนับสนุนกัน ทั้งเรื่องความรู้สึก หน้าที่การงาน และคอยให้กำลังใจกัน เป็นรักที่ต้องใช้ความเข้าใจมากเป็นพิเศษ ใช้เหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์ ใช้ความมั่นคงมากกว่าความหวือหวา ใช้ความซื่อสัตย์มากกว่าความท้าทาย ความรักแบบผู้ใหญ่เป็นรักที่เข้าใจง่าย แต่กลับทำตามได้ยาก ทั้งความต้องการที่มากกว่าข้อตกลง ถ้าใครทำได้แบบสบายใจ เชื่อใจ ซื่อสัตย์ นั่นจะเป็นความรักที่เข้าใจ และมั่นคงไปด้วยกันได้แบบสบายใจและไม่ฝืน

ไม่ว่าใครบนโลกใบนี้ก็ไม่มีวันเหมือนเธอ ความมั่นคง ซื่อสัตย์ และการรักในตัวตนของกันและกัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รักมั่นคง และทำให้ตกหลุมรักใครคนหนึ่งซ้ำ ๆ ภูมิใจที่ได้ครอบครองรอยยิ้ม และหลงใหลในความธรรมดา เพราะว่าพิเศษในทุก ๆ มิติ แค่รักในแบบที่เป็น จะไม่มีวันต้องการและมองหาใครอีก

รักที่ดี รักที่ดีไม่ใช่รักที่ไม่ทะเลาะกันเลย แต่คือรักที่คุยกันด้วยเหตุผล ใช้อารมณ์ในการคุยกันให้น้อยที่สุด ไม่ขุดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องมาโจมตีกัน คุยกันเพื่อหาทางออกไม่ใช่เพื่อเอาชนะ และต้องจบลงด้วยความเข้าใจ รักที่ดีไม่ใช่รักที่ลงตัวและไม่ต้องพยายาม ทุกรักล้วนต้องใช้ความพยายามและความตั้งใจ ใช้ความพยายามในการปรับเป็นตัวเองที่ดีขึ้น ใช้ความตั้งใจในการเปลี่ยนอะไรที่ไม่ดี เพื่อไม่ให้ไปทำร้ายคนที่รัก ยิ่งโตขึ้นยิ่งเข้าใจว่า คนที่อยากอยู่ใกล้คือคนที่เป็นความมั่นคงไม่ใช่ความหวือหวา เป็นความสบายใจไม่ใช่ความกังวล เป็นความสงบไม่ใช่ความตื่นเต้น เป็นคนที่พร้อมเข้าใจในวันที่สับสน เป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ ตอนต้องการที่สุด แค่ความเรียบง่ายที่ไว้ใจได้ก็มีความสุขมากแล้ว

ความรักที่ยิ่งใหญ่ต้องไม่มองข้ามเรื่องเล็กน้อย อย่าบอกว่านั่นคือเรื่องจุกจิก อย่าคิดว่าถ้าสิ่งนั้นไม่สำคัญสำหรับตัวเองแล้ว สิ่งนั้นจะต้องไม่สำคัญสำหรับคนอื่นด้วย หากมีสิ่งที่ให้ความสำคัญแตกต่างกัน ต้องให้เกียรติเขา รับฟังเขา ไม่มองข้ามทุกความรู้สึก และเรื่องเล็ก ๆ ของเขานั่น อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา ไม่มีเรื่องไหนเล็กน้อยเกินใส่ใจ ถ้าเอาใจใส่กันมากพอ  ช่องว่างระหว่างกันต้องเหมาะสม ทุกคนมีภาระและหน้าที่ต้องรับผิดชอบ อย่าให้ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ความฝัน หรือเส้นทางชีวิตของอีกคนต้องเปลี่ยนมากเกินไป ให้เกียรติในความชอบ ความรัก และความฝันของเขา ไม่ใช่ว่าเว้นจนห่าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าใกล้จนอึดอัด

ดอกไม้สดกับดอกไม้พลาสติก บางคนอาจเลือกดอกไม้สด บางคนอาจเลือกพลาสติก ดอกไหนมีคุณค่ากว่ากัน ดอกไม้สดคุณค่าของมันคือ เวลาที่จำกัด ความสวยงามและความหอมหวลของมันไม่ได้อยู่ยืนยงตลอดไป วันหนึ่งต้องเหี่ยว วันหนึ่งต้องเน่าต้องสลายไป ไม่ต่างกับบางความสัมพันธ์ การได้เก็บเกี่ยวช่วงเวลาดี ๆ ที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลาที่จำกัดนั้น จะกลายเป็นความทรงจำที่มีค่า แม้ว่าความสัมพันธ์นั้นจะจบลงไปแล้วก็ตาม

ความสุขของการมีแฟน คนละแบบกับความสุขของการอยู่คนเดียว การมีใครสักคนจะทำให้ความสุขลดลงในบางสถานการณ์ และเพิ่มขึ้นในบางสถานการณ์เช่นกัน จึงคาดหวังความสุขในรูปแบบเดิมเหมือนตอนอยู่คนเดียวไม่ได้ ความสุขที่เคยได้จากความอิสระตอนอยู่คนเดียว ก็ต้องแบ่งเวลาให้ข้ามีใครสักคน แต่ความทุกข์ที่เคยไม่รู้จักปรึกษาใคร ก็มีคนมาคอยแบ่งเบา และทำให้มีกำลังใจมากขึ้น ความสุขของการอยู่คนเดียวอาจเปลี่ยนเป็นความสุขในอีกรูปแบบ หรืออาจเปลี่ยนเป็นความทุกข์ในตอนที่มีใครข้าง ๆ ความทุกข์ของการอยู่คนเดียว อาจเปลี่ยนเป็นความสุขในแบบที่การอยู่คนเดียวไม่มีวันมอบให้ได้ ทั้งความสุขและความทุกข์จะมาในอีกรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม

การอยู่คนเดียวคือเรื่องปกติ อย่าคิดว่าการอยู่คนเดียวคือเรื่องแย่ แต่ให้ลองหัดทำอะไรคนเดียวให้เก่ง ๆ เพราะนั่นคือการฝึกทักษะมีความสุขด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในปัจจุบันและอนาคต ทักษะนี้จะทำให้ไม่รีบร้อนเกินไปที่จะมีใครสักคน จนเผลอรับคนที่ไม่จริงใจเข้ามาในชีวิต สุดท้ายทักษะการมีความสุขให้ได้ด้วยตัวเอง ล้วนเป็นผลดีในตอนนี้ ที่ทำให้มีความสุขได้โดยไม่ต้องการใคร และเป็นผลดีแม้ในตอนที่มีคนข้างกาย เพราะยังมีความสุขได้ด้วยตัวเอง ดูแลตัวเองได้ดี จะทำให้ไม่ไปเรียกร้อง หรือกดดันอีกฝ่ายจนเกินไป มีความสุขด้วยตัวเองให้ได้ ทั้งตอนอยู่คนเดียวและอยู่กับคนอื่น

ไม่เปิดใจไม่มีวันเจอ อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนยังโสดก็คือ ไม่เปิดใจ การไม่เปิดใจรับใครสักคน ไม่เปิดใจเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะรักครั้งเก่าที่ยังเจ็บฝังใจ หรือเพราะว่าอยู่คนเดียวแบบนี้จนชินไปแล้ว ก็ต้องเปิดใจรับใครสักคนเข้ามา ใครคนที่รู้สึกว่าน่าจะไปด้วยกันได้ และการมีคนนั้นอยู่ข้าง ๆ คงเป็นสิ่งที่ดี โดยไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะเป็นคนที่ดีที่สุด แต่โชคชะตาและกาลเวลา ก็พาเขาเหล่านั้นเข้ามาในชีวิตเอง และสุดท้ายเขาเหล่านั้นก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ดีที่สุดก็ได้ ความรักและการได้พบกับใครสักคนก็คล้าย ๆ อะไรแบบนี้เช่นกัน เวลาจะทำให้ทุกสิ่งเหมาะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ เอง

อนาคตกับความรัก คนที่รักจริงและอยากอยู่ด้วยกันนาน ๆ จะมีเราอยู่ในแผนการของเขาเสมอ จะมีตัวตนเราอยู่ในปัจจุบันและอนาคตของเขา จะวาดภาพไว้ว่าอีกกี่ปีเราสองคนจะอยู่ที่จุดไหน จะมีความสุข จะรักกันมากเท่าไหร่ เรากับเขาจะมีชีวิตร่วมกันอย่างไร เขาจะวาดมันไว้อย่างชัดเจน เลือกคนที่มีเราอยู่ในอนาคตของเขาเสมอ

PART 4 จังหวะที่เหมาะสมของการกลับมารักตัวเอง

ถ้าวันหนึ่งค้นพบว่า ความพยายามทั้งหมดที่มีนั้นไม่เคยเปลี่ยนอะไรได้เลย ต่อให้รักเขามากแค่ไหน นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ็บน้อยลง จะเริ่มเข้าใจและยอมรับความจริง วันหนึ่งที่รักตัวเองมากพอ จะตัดสินใจได้ว่าการรักต่อไปมีแต่จะเจ็บปวด วันนั้นจะเป็นวันที่ความรักที่มอบให้เขานั้นหมดลง

บางครั้งการเลือกที่จะไม่รับรู้อะไร อาจเป็นหนทางในการรักษาความรู้สึกตัวเองไว้ได้ดีที่สุด  เรื่องราวที่มีแต่ความโหดร้าย ยิ่งรับรู้ยิ่งไม่ดีต่อใจ ยิ่งได้ยินยิ่งมีแต่ความไม่สบายใจ จะผ่านเรื่องร้าย ๆ ไปได้หากรู้จักปล่อยวาง อย่าเก็บทุกอย่างมาคิดให้มากไป สุดท้ายคนที่รู้มากจะเป็นคนที่เจ็บมากเสมอ

ขอโทษ…ไม่เป็นไร เมื่อเขาทำผิดเขาจึงขอโทษ คิดว่าดีแล้วที่เขายังขอโทษจึงให้อภัย แต่หลังจากนั้นเขากลับทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วจบลงด้วยคำขอโทษซ้ำไปซ้ำมา การให้โอกาสหรือให้อภัยใครสักคนควรมีขีดจำกัด เข้าใจว่าถ้ายังรักก็ยังอยากให้อภัยเลยอยากไปด้วยกันต่อ จึงให้อภัยเขาทุกครั้ง แต่ไม่สงสารตัวเองบ้างหรือ โอกาสควรมีไว้สำหรับคนที่พลาดไป ไม่ใช่สำหรับคนที่ตั้งใจ

อย่าลืมว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหน จะลืมเขาได้ไม่ใช่แค่ทำให้หายไปจากชีวิต แต่คือการยอมรับว่าไม่มีตัวตนในชีวิตของเขาแล้ว ถ้าไม่ยอมรับความจริง ยังหวังและหลอกตัวเองอยู่ ก็ไม่มีทางไปต่อได้ สุดท้ายจะติดอยู่ในกับดักแห่งความหวัง และไม่มีวันไปไหนได้เลย หยุดให้ความหวัง หยุดคิดเข้าข้างตัวเอง อย่าคิดว่าเขาต้องสนใจ ต้องมองเห็นค่าของเรา อย่าพยายามที่จะเรียกร้องเวลาจากใคร เพราะเวลาคือสิ่งที่บอกได้ชัดเจนที่สุดว่า เขาคิดอย่างไรกับคุณ คนที่รักและห่วงใยจริง ๆ เขาจะมีเวลาให้โดยที่ไม่ต้องร้องขอเลย

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในความรู้สึกที่ไม่ชัดเจน อยู่กับเขาแล้วมีตัวตนไหม อยู่กับเขาแล้วเขาให้ความสำคัญหรือเปล่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะชัดเจนหรือไม่ชัดเจนก็ตาม สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือการกระทำของเขา เขาทำให้รู้สึกมั่นใจในตัวเขามากน้อยแค่ไหน การกระทำไม่เคยโกหกใคร ถ้าการกระทำทำให้สงสัย ครั้งนี้ก็อาจไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดก็ได้

ให้เวลากับความเสียใจนานเกินไปหรือเปล่า ควรให้เวลากับคนที่เห็นค่ามากกว่าคนที่เห็นเป็นตัวสำรอง ควรให้เวลากับความสุขมากกว่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความทุกข์ใจ ชีวิตยังอีกยาวไกลอย่าคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอใครอีก อย่าจมอยู่กับความหวังที่เป็นไปไม่ได้ มองทุกสิ่งด้วยหัวใจที่ไม่เอนเอียง ยอมรับความจริงและไปต่อได้แล้ว

บทเรียนราคาแพง บทเรียนราคาแพงอาจเป็นบทเรียนจากการกระทำที่ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่ยอมใส่ใจความรู้สึกของตัวเอง จนยอมทำให้ตัวเองไร้ค่า เชื่อใจใครคนหนึ่งเต็มหัวใจ โดยที่ไม่ยอมมองเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงนั้น ตามความเป็นจริงบ้างเลย

อย่าหลอกตัวเองเลยว่าเขายังรักทั้ง ๆ ที่เขาหมดใจกับเราไปนานแล้ว อย่าหลอกตัวเองอีกเลย ยอมรับความจริง และมองทุกสิ่งตามที่เป็น ไม่ว่าจะพยายามอีกเท่าไหร่ก็จะไร้ผล ไม่ว่าจะเหนี่ยวรั้งไว้เท่าไรเขาก็จะไป ไม่ว่าจะรักเขามากแค่ไหนเขาก็ไม่รักแล้ว สัญญาณที่เขาส่งมา สีหน้าแววตา น้ำเสียง การกระทำ คำพูด และเจตนานั้นชัดเจน แม้จะยังรักเขา อยากให้เขาอยู่ใกล้ ๆ เพียงใด ก็จงยอมรับความจริง และอย่าโกหกตัวเองอีกเลย

เลิกตั้งคำถามเกี่ยวกับเขาได้แล้ว จะกี่ร้อยกี่พันคำถามที่มี และอยากถามตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว เข้าใจว่าอยากให้ทุกอย่างจบแบบไม่ค้างคา แต่ถ้ามัวแต่หาคำตอบแบบนี้ จะได้แต่วนอยู่ที่เดิม ตอนจบของคนที่ยังรักและยังเต็มไปด้วยคำถามคือ การยอมรับความจริงในที่สุด ไม่ว่าจะถามอะไรก็ไม่มีวันได้คำตอบกลับมา เลิกตั้งคำถามได้แล้ว ปล่อยให้มันจบแบบค้างคาแบบนี้ ไม่ใช่ทุกความรักจะจบลงอย่างสวยงามและชัดเจน มันอาจจบลงแบบค้างคาแค่ไหนก็ได้ แต่ต้องไปต่อได้แล้ว

ยิ่งกว่าเกลียดคือไม่รู้สึก ถ้าใครคนหนึ่งทำร้าย ถ้าใครคนหนึ่งทำให้เจ็บปวด ไม่มีประโยชน์ที่จะโกรธหรือเกลียด ขั้นกว่าของความเกลียดคือการไม่รู้สึก ความโกรธนั้น ความเกลียดนั้น ทำให้ยังรู้สึกและไม่มีวันลบเรื่องราวร้าย ๆ ออกไปได้ จิตใจที่ร้อนรุ่ม หัวใจที่เต้นแรง ความรู้สึกข้างในที่ร้อนดังไฟ จะเผาผลาญจิตใจจนมอดไหม้ และไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย อยากให้มันผ่านไปไว ๆ ต้องไม่ไปรู้สึก อยากให้ทุกสิ่งหายไปจากใจไว ๆ ต้องไม่ไปรู้สึก อย่าไปให้ค่ากับอะไรแบบนั้นเลย

มูฟออนไวได้แต่อย่ามีคนใหม่ไวมาก อยู่คนเดียวสักพักก่อนก็ได้ อ่อนแอให้สุด ๆ ก็ได้เพราะนั่นคือเวลาที่ดีที่สุดในการเรียนรู้วิธีเข้มแข็ง วันใดที่พร้อมเคลียร์หัวใจตัวเองได้ โดยไม่ต้องใช้ใครเป็นเครื่องมือ จะรักตัวเองมากขึ้นอีกหลายเท่า และจะรักอย่างรอบคอบขึ้นอีกหลายเท่าเช่นกัน

โชคชะตาจะพาคนไม่ใช่ออกไปเสมอ บางสิ่งที่ควบคุมไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโชคชะตา เชื่อว่าชีวิตของทุกคนจะเคลื่อนที่เข้าสู่จุดที่เหมาะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ เสมอ นั่นคือเหตุผลที่หลาย ๆ คนหล่นหายไป ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจของเขาหรือของเรา สุดท้ายจะเหลือเพื่อนที่รักมาก ๆ แค่ไม่กี่คน แต่นั่นคือเพื่อนที่รัก และเหมาะกับเราที่สุด

ยอมรับความจริง เริ่มใหม่ และเดินออกมาได้แล้ว ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนว่า รอนานแค่ไหน ยื้อไว้แค่ไหน ยื้อไว้อย่างไร ฝืนมากแค่ไหน ทนได้ขนาดไหน ทุกอย่างก็จบลงแบบเจ็บปวดอยู่ดี สัญญาว่าจะไม่ลังเลอีกแล้ว และจะเลือกเส้นทางที่ดีให้กับหัวใจตัวเองจริง ๆ.