ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจแหล่งที่มาของผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ว่ามี 3 ประการหลัก ได้แก่:
- การจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้น หุ้นกู้จะจ่ายดอกเบี้ยตามงวดที่กำหนดและคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน
- ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการนำดอกเบี้ยที่ได้รับไปลงทุนต่อในระหว่างที่ถือครองหุ้นกู้
- กำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างราคาในกรณีที่ขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด
ในการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้ เราต้องตั้งสมมติฐานว่าหุ้นกู้จ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นตรงตามกำหนดทุกครั้ง (ไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิต) และอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อเท่ากับอัตราผลตอบแทนจนครบกำหนดไถ่ถอน (YTM) ของหุ้นกู้
ผลการวิเคราะห์ที่สำคัญมี 5 แบบดังนี้:
- นักลงทุนที่ถือหุ้นกู้จนครบกำหนดจะได้รับอัตราผลตอบแทนรายปีเท่ากับ YTM ของหุ้นกู้ ณ วันที่ซื้อ
- นักลงทุนที่ขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดจะได้รับอัตราผลตอบแทนเท่ากับ YTM ณ วันที่ซื้อ หาก YTM ณ วันที่ขายไม่เปลี่ยนแปลงจากวันที่ซื้อ
- หาก YTM ในตลาดเพิ่มขึ้น (ลดลง) หลังจากซื้อหุ้นกู้แต่ก่อนถึงวันจ่ายดอกเบี้ยงวดแรก อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับจะสูงกว่า (ต่ำกว่า) YTM ณ วันที่ซื้อ
- หาก YTM ในตลาดเพิ่มขึ้นหลังจากซื้อหุ้นกู้แต่ก่อนถึงวันจ่ายดอกเบี้ยงวดแรก นักลงทุนจะได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า YTM ณ วันที่ซื้อ หากถือหุ้นกู้ในระยะสั้น
- หาก YTM ในตลาดลดลงหลังจากซื้อหุ้นกู้แต่ก่อนถึงวันจ่ายดอกเบี้ยงวดแรก นักลงทุนจะได้รับอัตราผลตอบแทนที่ต่ำกว่า YTM ณ วันที่ซื้อ หากถือหุ้นกู้ในระยะยาว
ตัวอย่างการคำนวณโดยใช้หุ้นกู้อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ยปีละครั้งในอัตรา 6% ต่อปี ซื้อที่ YTM 7% และถือจนครบกำหนด
ราคาซื้อหุ้นกู้จะเท่ากับ 973.76 บาท (คำนวณจากตัวแปร N = 3, I/Y = 7, PMT = 60, FV = 1,000)
เมื่อครบกำหนด นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยและเงินที่ได้จากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อรวม 192.89 บาท (คำนวณจาก 60(1.07)^2 + 60(1.07) + 60)
ผลตอบแทนจากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ = 192.89 – 3(60) = 12.89 บาท
เมื่อรวมกับมูลค่าไถ่ถอน 1,000 บาท จะได้เงินรวมทั้งสิ้น 1,192.89 บาท
อัตราผลตอบแทนตลอดระยะเวลา 3 ปี = (1,192.89 / 973.76)^(1/3) – 1 = 7%
ซึ่งเท่ากับ YTM ณ วันที่ซื้อพอดี
Carrying Value
มูลค่าตามบัญชี (Carrying Value) เป็นมูลค่าที่ใช้ในการคำนวณกำไรหรือขาดทุนจากการขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด
ตัวอย่างเช่น นักลงทุนซื้อหุ้นกู้อายุ 20 ปี ดอกเบี้ย 5% ต่อปี จ่ายทุก 6 เดือน โดยมี YTM ณ วันที่ซื้อเท่ากับ 6% ต่อมาอีก 5 ปีนักลงทุนขายหุ้นกู้นี้ไปที่ราคา 91.40 บาท
มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ขายจะเท่ากับ 90.20 บาท (คำนวณจากตัวแปร N = 30, I/Y = 3, PMT = 2.5, FV = 100)
เนื่องจากราคาขาย 91.40 บาท สูงกว่ามูลค่าตามบัญชี 90.20 บาท นักลงทุนจึงมีกำไรจากการขาย 1.20 บาท
การขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน
ตัวอย่างการคำนวณผลตอบแทนสำหรับนักลงทุนที่มีระยะเวลาการลงทุน 2 ปี โดยพิจารณากรณีที่ YTM ณ วันที่ขายเท่ากับ YTM ณ วันที่ซื้อ
กรณีที่ 1: ซื้อหุ้นกู้ที่ YTM 7% (ราคา 973.76 บาท)
- ราคาขาย (ปลายปีที่ 2, YTM = 7%): 990.65 บาท
- ดอกเบี้ยและรายได้จากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ: 124.20 บาท
- ได้อัตราผลตอบแทนต่อปีแบบทบต้น 2 ปีที่ 7% เท่า YTM
กรณีที่ 2: ซื้อหุ้นกู้ที่ YTM 5% (ราคา 1,027.23 บาท)
- ราคาขาย (ปลายปีที่ 2, YTM = 5%): 1,009.52 บาท
- ดอกเบี้ยและรายได้จากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ: 123.00 บาท
- ได้อัตราผลตอบแทนต่อปีแบบทบต้น 2 ปีที่ 5% เท่า YTM
จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่าสำหรับนักลงทุนที่มีระยะเวลาการลงทุนน้อยกว่าอายุหุ้นกู้ อัตราผลตอบแทนต่อปีจะเท่ากับ YTM ณ วันที่ซื้อหากขายหุ้นกู้ที่ YTM เดียวกับวันที่ซื้อ
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง YTM ก่อนวันจ่ายดอกเบี้ยงวดแรก
ตัวอย่างหุ้นกู้อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 6% ต่อปี ซื้อที่ราคาพาร์ (YTM 6%) ดังนี้:
- กรณี YTM เพิ่มขึ้นเป็น 7%:
- ดอกเบี้ยและรายได้จากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ: 192.89 บาท
- อัตราผลตอบแทนต่อปีแบบทบต้น: 6.06% ซึ่งสูงกว่า YTM 6% ณ วันที่ซื้อ
- กรณี YTM ลดลงเป็น 5%:
- ดอกเบี้ยและรายได้จากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ: 189.15 บาท
- อัตราผลตอบแทนต่อปีแบบทบต้น: 5.94% ซึ่งต่ำกว่า YTM 6% ณ วันที่ซื้อ
ตัวอย่างสำหรับนักลงทุนที่มีระยะเวลาการลงทุน 1 ปี โดยพิจารณากรณีที่ YTM เปลี่ยนแปลงหลังซื้อหุ้นกู้:
- กรณี YTM เพิ่มขึ้นเป็น 7%:
- ราคาหุ้นกู้หลังจ่ายดอกเบี้ยงวดแรก: 981.92 บาท
- ได้อัตราผลตอบแทนเท่ากับ 4.19% ซึ่งต่ำกว่า YTM 6% ณ วันที่ซื้อ
- กรณี YTM ลดลงเป็น 5%:
- ราคาหุ้นกู้หลังจ่ายดอกเบี้ยงวดแรก: 1,018.59 บาท
- ได้อัตราผลตอบแทนเท่ากับ 7.86% ซึ่งสูงกว่า YTM 6% ณ วันที่ซื้อ
ผลลัพธ์นี้เกิดจากการแลกเปลี่ยนระหว่างความเสี่ยงด้านราคาตลาด (market price risk) และความเสี่ยงจากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ (reinvestment risk) สรุปได้ว่า:
- การลงทุนระยะสั้น: ความเสี่ยงด้านราคาตลาด > ความเสี่ยงจากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ
- การลงทุนระยะยาว: ความเสี่ยงจากการนำดอกเบี้ยไปลงทุนต่อ > ความเสี่ยงด้านราคาตลาด
สรุป
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับระยะเวลาการถือหุ้นกู้และการเปลี่ยนแปลงของ YTM จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจถึงปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้ และสามารถปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุนและความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น








![ทฤษฎี Elliott Wave (อีเลียตเวฟ) คืออะไร [แบบละเอียด] ทฤษฎี Elliott Wave](https://www.lucid-trader.com/wp-content/uploads/2020/12/ทฤษฎี-Elliott-Wave-218x150.png)

![ทฤษฎี Wyckoff Logic คืออะไร [แบบละเอียด] Wyckoff Logic](https://www.lucid-trader.com/wp-content/uploads/2020/10/Wyckoff-Logic-218x150.png)




