หนึ่งในคำแนะนำที่ดีที่สุดของนักลงทุนระดับตำนานอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ให้กับนักลงทุนมือใหม่ คือ “ให้เลือกลงทุนในกองทุนดัชนี S&P 500 สำหรับการลงทุนในระยะยาว” หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเราจะไปลงทุนในดัชนีที่ได้ผลตอบแทนตามดัชนีนี้ได้อย่างไร คำตอบนั้นง่ายมาก นั่นคือการลงทุนในกองทุน SPDR S&P 500 ETF (SPY) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ติดตามดัชนี S&P 500 โดยตรง

ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนนี้ เติบโตไปตามดัชนี S&P 500 ที่มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 8-10% ต่อปี ในระยะเวลาหลายทศวรรษ ซึ่ง ETF ตัวนี้มีค่าธรรมเนียมต่ำ สภาพคล่องสูง แล้ว SPDR ที่อยู่หน้าชื่อของกองทุน ETF นี้ คืออะไร ลองไปดูกัน

Standard & Poor’s Depositary Receipt หรือ SPDR เป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของโลก ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของ State Street Global Advisors ซึ่งเป็นบริษัทจัดการการลงทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา หากใครอยากลงทุนตามคำแนะนำของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็สามารถลงทุนที่กองทุน SPDR S&P 500 ETF (SPY) ได้เลย

นักลงทุนคงพอเข้าใจกันแล้วว่า SPDR คืออะไร ซึ่ง SPDR ไม่ได้มีเพียงประเภทกองทุนที่ลงทุนตามดัชนี S&P500 อย่างเดียว แต่ยังมีลงตาม Sector ด้วย เช่น SPDR Financials (XLF),SPDR Health care (XLV) และ SPDR Energy (XLE) เป็นต้น

สรุปมาให้สำหรับ 5 จุดเด่นของกองทุน SPDR

1. ลงทุนได้ง่ายในดัชนีสำคัญ: กองทุน SPDR ส่วนใหญ่จะลงทุนตามดัชนีหุ้นที่สำคัญ ทำให้นักลงทุนได้ลงทุนในบริษัทในหลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนไปกับหุ้นรายตัว นอกจากนี้ยังมี ETF ที่ลงทุนในตลาดทั่วโลก เช่น ดัชนีในกลุ่มยุโรป ญี่ปุ่น หรือกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
2. ค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำ: กองทุน SPDR ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Passive ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมที่ตํ่ากว่า ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลตอบแทนการลงทุนด้วย
3. สภาพคล่องสูงและซื้อขายได้ง่าย: การซื้อ-ขาย ทำได้เหมือนการซื้อหุ้นรายตัวเลย
4. ความหลากหลายของประเภทสินทรัพย์: ไม่ได้มีเพียงการลงทุนตามดัชนีเท่านั้น แต่ยังลงทุนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ด้วย อย่างทองคำ และนํ้ามัน เป็นต้น
5. เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกระดับ: ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก๋า ก็สามารถเลือกลงทุนตามดัชนีที่สนใจ หรือ หากอยากลงทุนตามคำแนะนำของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็สามารถทำได้ด้วย

สุดท้าย SPDR ก็เป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่เป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนทุกประเภทได้ แล้วยังสามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้อีก แถมส่วนมากยังมีค่าธรรมเนียมในการจัดการที่ตํ่า ซึ่งถือว่าเป็นส่วนช่วยให้ผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่จะทำตามคำแนะนำของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ หรือเป็นนักลงทุนที่มีประสบการณ์ที่ต้องการเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยง กองทุน SPDR ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี